สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
Fiscal Policy Office
Search
เปลี่ยนการแสดงผล :
THTHLanguage
     

    ในโอกาสที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ได้เข้าร่วมการเสวนา หัวข้อ " Fiscal Expansion: A Welcome Return or Ticking Bomb?" ร่วมกับนาย Raghuram G. Rajan (ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย) นางสาว Gita Gopinath (First Deputy Managing Director ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ) และนาย Paolo Gentiloni (ประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ สหภาพยุโรป) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวถึงการบริหารจัดการนโยบายการเงินการคลัง โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลได้มีการกู้ยืมถึง 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดดังกล่าวและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งการรักษาเสถียรภาพในนโยบายการเงินทำให้นโยบายการคลังสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี การกู้ยืมดังกล่าวทำให้ระดับหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้น หลังจากแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้คลี่คลายลง การดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังได้กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง กล่าวคือ มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ และมุ่งเน้นการชำระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนการใช้มาตรการด้านการคลังนั้น ยังคงเป็นไปเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาการรักษาดุลการคลังประกอบไปด้วย ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้ดุลการคลังอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 3 จึงต้องพัฒนาจัดเก็บรายได้และปฏิรูปภาษีไปพร้อมกันด้วย อาทิ การขยายฐานภาษีเงินได้ การริเริ่มภาษีธุรกรรมทางการเงินและภาษีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารกลาง เช่น การกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อร่วมกัน โดยยังคงต้องรักษาเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้น โดยสิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวังคือ การลดหรือเลิกมาตรการประชานิยมที่ไม่มีความจำเป็นแล้ว โดยเป็นไปตามกฎหมายด้านการเงินการคลัง

Page View : 93