สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
Fiscal Policy Office
Search
เปลี่ยนการแสดงผล :
THTHLanguage
test

ค้นหาคำวินิจฉัย คำปรึกษาหรือคำแนะนำของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

🔍 ค้นหาข้อมูล
กำลังแสดงข้อมูลทั้งหมด
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
1. การประกาศและจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้เสียภาษี
1.1 กรณีที่ อปท. จัดส่งข้อมูล (ภ.ด.ส. 3 และ ภ.ด.ส. 4) ให้กับผู้เสียภาษีแล้ว แต่ไม่สามารถส่งได้ด้วยเหตุไม่มีผู้รับ จะถือว่า อปท. ได้ส่งข้อมูลให้ผู้เสียภาษีแล้วหรือไม่
1.2 อปท. สามารถทำข้อตกลงกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อพิมพ์และจัดส่งแบบโดยตรงได้หรือไม่ และถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1) กรณีส่งข้อมูลแล้วไม่มีผู้รับ ให้ถือว่าผู้เสียภาษีได้รับหนังสือนั้นแล้วเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
2) อปท. สามารถทำข้อตกลงกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อจัดพิมพ์และส่งให้ผู้เสียภาษีได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามมาตรา 30
3) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
2. กรณี อปท. ไม่สามารถปิดประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้ทันภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 รวมถึงการประกาศบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ได้ทันภายในเดือนมกราคม 2563 อปท. จะสามารถยื่นเรื่องขอขยายเวลาดำเนินการต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุดที่ มท 0808.3/ว7475 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2562 เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แล้ว ดังนั้น คณะกรรมการฯ เห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อหารือนี้ แต่ในกรณีที่ อปท. มีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลากำหนดเวลาการชำระเงินหรือแจ้งรายการต่าง ๆ หรือกำหนดเวลาการคัดค้านการประเมินภาษี มท. สามารถขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาตามมาตรา 14 เพื่อปฏิบัติจัดเก็บภาษีจากคณะกรรมการฯ ได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
3. กรณี อปท. มีปัญหาในทางปฏิบัติ ตามมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. หารือคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด และเมื่อคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดมีความเห็นแล้ว ให้ส่งความเห็นมายัง มท. ถ้า มท. ไม่เห็นด้วยให้ มท. หารือคณะกรรมการฯ ในกรณีที่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นไม่ตรงกับคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด ความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวจะมีผลนับตั้งแต่วันที่มีความเห็น หรือให้มีผลย้อนหลัง
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ในกรณีที่คณะกรรมการฯ มีความเห็นไม่ตรงกับคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สุด และมีผลใช้ยันต่อ มท. กระทรวงการคลัง หรือกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี นับแต่วันที่หน่วยงานดังกล่าวได้รับแจ้ง เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. 2539
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
4. การปัดเศษสตางค์จำนวนเงินค่าภาษี เนื่องจาก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้กำหนดในเรื่องการปัดเศษสตางค์ไว้ จึงควรกำหนดวิธีการในเรื่องการปัดเศษสตางค์ให้เป็นหลักการเดียวกันทั่วประเทศ
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ควรกำหนดให้มี การปัดเศษสตางค์แต่ให้จัดเก็บตามจำนวนเงินค่าภาษีตามที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจาก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้ให้อำนาจไว้ ประกอบกับปัจจุบันระบบการชำระภาษีก็สามารถชำระภาษีในหน่วยสตางค์ผ่านธนาคารหรือโอนผ่านตัวกลาง ในระบบการเงินได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
5. กรณีบรรเทาภาระภาษีตามมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้ประกอบการเกษตรให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี 3 ปีแรกของการจัดเก็บ และกรณีเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งบทบัญญัติ 2 มาตราดังกล่าว ใช้คำว่า “เจ้าของ” ไม่ได้รวมถึงผู้ครอบครองด้วย ทำให้ อปท. เกิดความสับสนว่าในความหมายของคำว่า “เจ้าของที่ดิน” ว่าหมายรวมถึงที่ดินประเภทอื่นด้วยหรือไม่ และหากให้เจ้าของมีความหมายเฉพาะผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ ได้แก่ โฉนด โฉนดตราจอง หรือตราจองที่ได้ทำประโยชน์แล้วเท่านั้น จะมีแนวทางใดในการช่วยเหลือและบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเกษตร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1) คำว่า “เจ้าของ” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งพิจารณาจากเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ โดยกรณีของที่ดิน คือ โฉนดที่ดิน (น.ส.4) และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” และกรณีห้องชุด คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2)
2) การยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่บุคคลธรรมดาซึ่งใช้ประโยชน์ที่ดินในการประกอบเกษตรกรรมและใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตามมาตรา 41 และมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ครอบคลุมถึงผู้ครอบครองที่ดินหรือทำประโยชน์ในที่ดิน
3) มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ ผู้เสียภาษีโดยกำหนดแนวทางการบรรเทาภาระภาษีสำหรับเอกสารสิทธิประเภทอื่นให้กับบุคคลธรรมดาที่ประกอบเกษตรกรรม
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 (13 กุมภาพันธ์ 2563)
6. กรณีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรือ อยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่าทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสีย แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้เข้า ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามมาตรา 16 ดังนั้น กรณีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่มีบุคคลบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่กฎหมายห้ามมิให้ ทำประโยชน์ตามข้อ 10 ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
พื้นที่ป่าสงวนที่กฎหมายห้ามทำประโยชน์ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มิใช่ที่ดินที่มีกฎหมายห้ามทำประโยชน์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นที่ดินที่ทำประโยชน์ได้แต่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายเป็นที่ดินที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้ทำประโยชน์ตามข้อ (10) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ดังนั้น ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวน จึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ นี้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
1. กรณีความหมายของสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดความหมายของคำว่า “สิ่งปลูกสร้าง” หมายความว่า โรงเรือน อาคาร ตึก หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่บุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ หรือที่ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมนั้น คำว่า สิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมมีความหมายต่างจาก สิ่งปลูกสร้างอื่นตามที่กำหนดไว้ในภาษีโรงเรือนและที่ดินอย่างไร และมีขอบเขตครอบคลุมเพียงใด เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างบางประเภท เช่น จุดรับส่งสัญญาณ กังหันลม แผงโซล่าเซลล์ เป็นต้นถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบการอุตสาหกรรม และที่จอดรถ ซึ่งมีแต่หลังคา ไม่มีผนังบริเวณพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่บุคคลอาจเข้าใช้สอยได้ ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
นิยาม “สิ่งปลูกสร้าง” ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ มีความหมายต่างจาก สิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยต้องเป็นโรงเรือน อาคาร ตึก หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่บุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือ ใช้สอยได้ หรือที่ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม ดังนั้น จุดรับส่งสัญญาณ กังหันลม แผงโซล่าเซลล์ จึงไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แต่กรณีที่จอดรถซึ่งมีหลังคา มีลักษณะเป็นการติดตั้งไว้ถาวรและมีสภาพเป็น โรงเรือนที่บุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ จึงเป็นสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
2. กรณีเจ้าของทรัพย์สินนำบ้านของตนไปให้ข้าราชการเช่าเพื่ออยู่อาศัยและใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน เจ้าของบ้านดังกล่าวจะสามารถนำราคาประเมินทุนทรัพย์ของทรัพย์สินในส่วนที่ปล่อยให้เช่ามาใช้สิทธิยกเว้นมูลค่าฐานภาษีเพื่อการอยู่อาศัยได้หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1) กรณีเจ้าของทรัพย์สินนำบ้านของตนไปให้ข้าราชการเช่าเพื่ออยู่อาศัย และการเช่าเพื่ออยู่อาศัยดังกล่าวเป็นการใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง (2) และตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ จึงต้องเสียภาษีในอัตราอยู่อาศัย โดยเจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังดังกล่าวจะมีสิทธิได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เฉพาะส่วนที่เจ้าของใช้อยู่อาศัยเองเท่านั้น ส่วนที่แบ่งให้บุคคลอื่นเช่า อยู่อาศัยจะไม่ได้รับยกเว้นฐานภาษีตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
2) ในอนาคตอาจพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า การยกเว้นมูลค่าฐานภาษีดังกล่าวไม่รวมถึงการนำทรัพย์สินไปใช้หาผลประโยชน์
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
3. กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน โดยทุกคนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังเดียวกัน จะมีวิธีการคำนวณยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท อย่างไร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1) กรณีบุคคลธรรมดาหลายคนเป็นเจ้าของที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน และทุกคนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท เนื่องจากมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท ดังนั้น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึงไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นเกิน 50 ล้านบาทได้
2) เสนอให้กระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อคำนวณการยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างในกรณีดังกล่าวไว้เป็นประกาศกระทรวง การคลัง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 41 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
4. ประเด็นการลดภาษีให้แก่สถานที่เล่นกีฬาที่ให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียตามมาตรา 4 (8) (ก) แห่ง พระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (พระราชกฤษฎีกาฯ) ครอบคลุมสถานที่เล่นกีฬา ที่ผู้ใช้บริการต้องเป็นสมาชิกหรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียตามมาตรา 4 (8) (ก) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ เป็นการลดภาษีเฉพาะพื้นที่ส่วนที่ใช้เล่นกีฬา ตามชนิดกีฬาที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดให้จดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ ที่ประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทน
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
5. กรณีมีเอกชนจัดทำข้อตกลงยินยอมให้ส่วนราชการอื่นที่มิใช่ อปท. ใช้ทรัพย์สินของตนเพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษี จะถือเป็นทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีหรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1) มาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ยกเว้น การจัดเก็บภาษีให้แก่ทรัพย์สินของเอกชน เฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ดังนั้น กฎหมายจึงมีเจตนาที่จะยกเว้นการจัดเก็บภาษีให้กับทรัพย์สินของเอกชนที่ได้ยินยอมให้ส่วนราชการส่วนใดก็ได้จัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะ อปท. ซึ่งในการยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ เอกชนจะต้องดำเนินการตามข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งกำหนดให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง อปท. และเจ้าของทรัพย์สิน โดยหากเป็นกรณีให้ส่วนราชการอื่นจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ อาจจัดทำข้อตกลงร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง อปท. เจ้าของทรัพย์สิน และส่วนราชการที่จัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ก็ได้ ในการจัดทำข้อตกลงดังกล่าว ควรกำหนดเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้ข้อตกลงดังกล่าว ในการหลบเลี่ยงภาษี
2) เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชน เฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
6. ประเด็นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ และสนามกอล์ฟบางพระ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ให้หน่วยงานอื่นรับจ้างบริหารแทนกรมธนารักษ์ ถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของหน่วยงานของรัฐที่มิได้หาผลประโยชน์ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรณีกรมธนารักษ์นำทรัพย์สินมาจัดหารายได้ ไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือวิธีการอื่นใดก็เข้าข่ายเป็นการนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้หาผลประโยชน์เช่นเดียวกับกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำทรัพย์สินของตนไปจัดหารายได้และต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น ทรัพย์สินของกรมธนารักษ์จึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ที่จะยกเว้นหรือบรรเทาภาษีศูนย์ประชุมฯ และสนามกอล์ฟฯ รวมถึงทรัพย์สินอื่นในลักษณะเดียวกันซึ่งอยู่ระหว่างรอการเปิดประมูล ตามกฎหมายที่ราชพัสดุได้อย่างไรบ้าง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
7. แนวทางการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่และเทศบาลตำบลสุเทพ โดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ พุทธศักราช 2478 ให้ถือว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเต็มทุกส่วน แต่มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. มีอำนาจจัดเก็บภาษีจากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขต อปท. ดังนั้น เทศบาลนครเชียงใหม่จะสามารถจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มี ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ระหว่าง อปท. 2 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อกันทั้งหมด ได้หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. มีอำนาจจัดเก็บภาษีจากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขต อปท. ดังนั้น เทศบาลนครเชียงใหม่จะสามารถจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่เท่านั้น โดยแนวเขตของเทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
8. องค์ประกอบของคณะกรรมการภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยราชการในท้องถิ่นและผู้แทนจากท้องถิ่นเป็นกรรมการ กรณีนายกเทศมนตรีในคณะกรรมการภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดว่างลง เนื่องจากปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จึงทำให้บางจังหวัดไม่มีนายกเทศมนตรีส่งผลให้องค์ประกอบของคณะกรรมการประจำจังหวัดฯ ไม่ครบ ซึ่งเป็นประเด็นที่จังหวัดนราธิวาสขอหารือกระทรวงมหาดไทยในประเด็นประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 มีผลให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ประกอบมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 ทำให้นายกเทศมนตรีในองค์ประกอบของคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดว่างลง โดยจังหวัดนราธิวาสมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวทำให้องค์ประกอบของคณะกรรมการภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดไม่เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ จังหวัดนราธิวาสจะไม่สามารถจัดประชุมคณะกรรมการประจำจังหวัดฯ เพื่อพิจารณาข้อมูลของ อปท. ในพื้นที่ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ได้
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ในกรณีที่นายกเทศมนตรีทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งเนื่องจาก มีการเลือกตั้ง ทำให้นายกเทศมนตรีที่ได้รับคัดเลือกตามมาตรา ๒๑ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น เนื่องจากมาตรา ๔๘ ปัญจทศ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ กำหนดให้ในระหว่างที่ ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเท่าที่จำเป็นได้เป็นการชั่วคราวจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ดังนั้น ปลัดเทศบาล จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดแทนนายกเทศมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งได้หากเป็นกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2564 (26 มีนาคม 2564)
9. กรณีผู้บริหารท้องถิ่นขยายกำหนดเวลาการแจ้งประเมินภาษีออกไปเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด เช่น กรุงเทพมหานครขยายกำหนดเวลาการแจ้งประเมินภาษีสำหรับปี 2563 จากเดือนมิถุนายน 2563 เป็นเดือนกรกฎาคม 2563 และได้ส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีภายในเดือนกรกฎาคม 2563 แล้ว แต่ผู้เสียภาษีบางรายได้รับแบบประเมินภาษีภายหลังเดือนกรกฎาคม 2563 การแจ้งประเมินภาษีกรณีดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจะมีผลต่อการชำระภาษี รวมถึงการบังคับภาษีอย่างไร เนื่องจากมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า การแจ้งประเมินภาษี โดยส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีนั้นจะต้องเป็นการส่งถึงตัวผู้เสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ หรือหาก อปท. ได้ส่งแบบประเมินภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์แม้จะยังไม่ถึงตัวผู้เสียภาษีก็ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
คำปรึกษาหรือคำแนะนำ มาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. จะต้องส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ หรือกำหนดเวลาที่ขยายออกไปโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หาก อปท. ได้ส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถึงแม้หนังสือแจ้งประเมินภาษี ส่งถึงผู้เสียภาษีหลังจากกำหนดเวลาดังกล่าวก็ถือว่าการส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษี นั้นชอบด้วยกฎหมาย ผู้เสียภาษีมีหน้าที่ต้องไปชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษีภายในเดือนเมษายนตามมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หรือตามกำหนดเวลา ที่ขยายออกไป อย่างไรก็ดี มาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ได้กำหนดวิธีการส่งหนังสือแจ้ง การประเมินให้กับผู้เสียภาษี โดย อปท. จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ไว้ในมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อย่างครบถ้วน จึงจะถือว่าผู้เสียภาษีได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
1. การประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะต้องทำทุกปีหรือไม่ เนื่องจากตามมาตรา ๒๖ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. อาจจัดให้มีการสำรวจที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างภายในเขตพื้นที่และจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อปิดประกาศ โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการปิดประกาศไว้ ซึ่งแตกต่างจากการปิดประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งกำหนดให้ อปท. ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ของแต่ละปี
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. หาก อปท. ไม่ได้จัดให้มีการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อปท. ก็ไม่มีหน้าที่ประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งต่างจากการประเมินทุนทรัพย์ ตามมาตรา 39 ที่กำหนดให้ อปท. มีหน้าที่ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์อัตราภาษีที่จัดเก็บ และรายละเอียดอื่น ที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษี ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี 2. อปท. ควรดำเนินการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสำรวจที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับแจ้งการโอนหรือการจดทะเบียนการเช่าในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ (เช่น การโอนกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง การจดทะเบียนการเช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น) ในเขตพื้นที่ของตนอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วง 4 ปี ให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาที่กรมธนารักษ์ใช้ในการปรับปรุงบัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน เพื่อให้ข้อมูลที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. มีความทันสมัยและเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อประโยชน์ ในการจัดเก็บภาษีอย่างครบถ้วน ถูกต้อง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
2. การแจ้งประเมินภาษี กรณีเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิต กรณีเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิต และไม่มีทายาทโดยธรรม อปท. จะต้องแจ้งการประเมินภาษีแก่ผู้ใด
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ภาระภาษีเกิดขึ้นตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งกำหนดให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือครอบครองที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างในวันที่ ๑ มกราคมของปีใด เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้นและกระบวนการแจ้งประเมินภาษีไม่เป็นเหตุโต้แย้งให้ภาระภาษีสูญไป ดังนั้น กรณีเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตและไม่มีทายาทโดยธรรม อปท. ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีส่วนได้เสียที่จะต้องได้รับชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้จัดตั้งผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1713 แห่ง ป.พ.พ. เพื่อ อปท. สามารถจะแจ้งการประเมินภาษีแก่ผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 47 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ การร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้จัดตั้งผู้จัดการมรดกจะต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 1754 แห่ง ป.พ.พ.
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
3. การเรียกเก็บเงินเพิ่ม กรณี อปท. ขยายกำหนด เวลาการชำระภาษี กรณี อปท. ขยายกำหนดเวลาการชำระภาษี เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาดำเนินการของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาใน พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เฉพาะการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี พ.ศ. 2563 เป็นการทั่วไป ออกไปอีก 4 เดือน โดยกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษีภายในเดือนสิงหาคม 2563 และต่อมากระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.3/ว 5065 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในกรณี มีเหตุจำเป็นทำให้ อปท. ไม่สามารถดำเนินการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ทันภายในกำหนดเวลาของเดือนสิงหาคม 2563 ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถพิจารณาขยายกำหนดเวลาการชำระภาษีของประชาชนออกไปเกินกว่าเดือนสิงหาคม 2563 รวมถึงระยะเวลาการผ่อนชำระภาษีออกได้ตามความจำเป็นแก่กรณี กรณีนี้ มีข้อหารือว่า หากผู้เสียภาษีได้ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือน ตามมาตรา 70 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. กรณีผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระภาษี โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และผู้เสียภาษีได้มีการเสียภาษีภายในกำหนดเวลา ที่ขยายนั้น ผู้เสียภาษีไม่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือนตามมาตรา 70 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. ในกรณีผู้เสียภาษีไม่ได้ชำระภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและ อปท. ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้เสียภาษี โดยวันครบกำหนดเวลาชำระภาษีในหนังสือแจ้งเตือนตรงกับวันหยุด จะนับวันครบกำหนดการชำระภาษีตามหนังสือ แจ้งเตือนเป็นวันใด โดยมีความเห็นว่าประเด็นวันครบกำหนดการชำระภาษีในหนังสือแจ้งเตือน หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดให้นับวันทำการถัดไปเป็นวันครบกำหนด การชำระภาษี หากผู้เสียภาษีไม่มาชำระภาษีในวันดังกล่าว ให้นับวันถัดไปเป็นวันเริ่มต้นการคิดเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
4. ที่ดินที่ติดภาระจำยอม ที่ดินที่ติดภาระจำยอมถือเป็นที่ดินที่กฎหมายห้ามมิให้ทำประโยชน์และได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
คำปรึกษาหรือคำแนะนำ ที่ดินที่กฎหมายห้ามมิให้ทำประโยชน์ตามข้อ (10) แห่งกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีเจตนารมณ์เพื่อยกเว้นภาษีให้แก่เจ้าของที่ดินที่ไม่สามารถนำที่ดินของตนไปให้ประโยชน์ อันใดได้ อันเป็นผลมาจากกฎหมายสั่งห้ามทำประโยชน์ไว้ ในขณะที่มาตรา 1387 แห่ง ป.พ.พ. กำหนดให้อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น ดังนั้น เจ้าของที่ดินที่ติดภาระจำยอมยังคงสามารถนำที่ดินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด จึงไม่เข้าข่ายเป็นที่ดิน ที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้ทำประโยชน์ตาม (10) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
5. ที่ดินที่โดยสภาพไม่สามารถทำประโยชน์ได้ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินที่ไม่มีทางออกสาธารณะหรือมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ประโยชน์ใด ๆ จะมีแนวทางใน การจัดเก็บภาษีอย่างไร เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดให้จัดเก็บตามการใช้ประโยชน์ของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างเป็นหลักเมื่อที่ดินโดยสภาพไม่สามารถทำประโยชน์ได้จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 1349 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2535 กำหนดว่าที่ดินแปลงใดที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวสามารถทำทางผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้พอควรแก่ความจำเป็น โดยอาจให้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่สำหรับความเสียหายอันเกิด แต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น ดังนั้น ที่ดินที่ไม่มีทางออกสาธารณะ จึงมิใช่ที่ดินที่โดยสภาพไม่สามารถทำประโยชน์ได้ อย่างแท้จริง จึงต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๒. สำหรับกรณีที่ดินที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้โดยแท้จริงเนื่องจากสิ่งแวดล้อม เช่น สภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ความชันของพื้นดิน เป็นต้น เห็นควรให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยพิจารณากำหนดการบรรเทาภาระภาษีโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เพื่อยกเว้นภาษี หรือมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เพื่อลดภาษีตาม ความเหมาะสมต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
6. การใช้ประโยชน์ในที่ดินซึ่งต่างออกไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยผังเมืองรวม กรณีประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินซึ่งต่างออกไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยผังเมืองรวม ถือเป็นกรณีที่มีกฎหมายห้ามมิให้ทำประโยชน์ตามกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 หรือไม่ และหากไม่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษี การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสำรวจพนักงานประเมินและพนักงานเก็บภาษี จะถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่เพียงใด
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ที่ดินที่กฎหมายกำหนดห้ามมิให้ทำประโยชน์ตามข้อ (10) แห่งกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีเจตนารมณ์เพื่อยกเว้นภาษีให้แก่เจ้าของที่ดินที่ไม่สามารถนำที่ดินของตนไปใช้ประโยชน์อันใดได้ อันเป็นผลมาจากกฎหมายสั่งห้ามทำประโยชน์ไว้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้ในเขตที่ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว ห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดไปจากที่ได้กำหนดไว้ในผังเมืองรวม หรือปฏิบัติการใด ๆ ซึ่งขัดกับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ ในที่ดินของผังเมืองรวมนั้น เป็นมาตรการควบคุมของกฎหมายดังกล่าว แต่กรณีกำหนดการใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นการห้ามมิให้ทำประโยชน์ใด ๆ โดยเด็ดขาด เจ้าของที่ดินยังสามารถนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ได้ตามข้อกำหนดของกฎหมาย ดังนั้น กรณีประชาชนใช้ประโยชน์ที่ดินต่างออกไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เจ้าของที่ดินยังมีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่พนักงานสำรวจประเมิน 2. การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสำรวจ พนักงานประเมินและพนักงานเก็บภาษีเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ อปท. ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสำรวจ พนักงานประเมินและพนักงานเก็บภาษี หากมีภารกิจต้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยผังเมืองรวมก็ยังต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายว่าด้วยผังเมืองรวมกำหนดไว้ด้วย
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 (27 เมษายน 2564)
7. การตอบความเห็นของคณะกรรมการฯ ที่ได้ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำแล้ว กรณีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัย หรือคำแนะนำของคณะกรรมการฯ ให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทราบเพื่อให้ถือปฏิบัติแล้ว อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันยังมีคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด (คณะกรรมการจังหวัดฯ) ส่งคำปรึกษาในประเด็นหารือของ อปท. ที่คณะกรรมการฯ ได้ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแล้วมายังกระทรวงมหาดไทย
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ : กรณีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำของคณะกรรมการฯ ให้จังหวัดและ อปท. ทราบเพื่อให้ถือปฏิบัติแล้ว ให้คณะกรรมการจังหวัดฯ ใช้ความเห็นของคณะกรรมการฯ ที่ได้ให้คำปรึกษาและคำแนะนำไปแล้ว ตอบข้อหารือของ อปท. ในเรื่องที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเรื่องที่คณะกรรมการฯ เคยมีมติ โดยไม่ต้องเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาอีก
 
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2564 (15 มิถุนายน 2564)
1. การย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเพราะเหตุจำเป็นทางราชการ กรณีข้าราชการไม่เคยเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดระยะเวลาการรับราชการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังอื่นเพราะเหตุจำเป็นทางราชการมาโดยตลอด ต่อมาได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังไม่สามารถย้ายชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านที่ตน เป็นเจ้าของได้เพราะมีเหตุจำเป็นทางราชการต้องย้ายชื่อเข้าในทะเบียนบ้านหลังอื่น จะสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเพราะเหตุจำเป็นทางราชการได้หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
การใช้สิทธิยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีกรณีที่เจ้าของต้องย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเพราะเหตุจำเป็นทางราชการ ตามมาตรา ๔๑ วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ใช้ได้เฉพาะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งปลูกสร้างก่อนการย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือ สิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้น กรณีข้าราชการ ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังอื่นเพราะเหตุจำเป็นทางราชการมาโดยตลอด และต่อมาได้รับกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างแต่ยังไม่ได้ย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้าน จึงไม่เข้าข่ายที่จะได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีตามความในมาตรา ๔๑ วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ ในอนาคตอาจพิจารณาเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมกรณีดังกล่าวได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2564 (15 มิถุนายน 2564)
2. ต้นไม้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์พื้นที่ สีเขียว กรณีเจ้าของที่ดินมีเจตนาปล่อยที่ดินทิ้งไว้เพื่อให้มีต้นไม้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์พื้นที่สีเขียว จะถือว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม หรือที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพหรือไม่อย่างไร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. การพิจารณาว่าที่ดินซึ่งเจ้าของเจตนาปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้มีต้นไม้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์พื้นที่สีเขียว จะถือว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม หรือที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานสำรวจสภาพของที่ดินดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งออกตามความในมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การจัดเก็บภาษีในกรณีการปลูกต้นไม้เพื่อใช้เป็นคาร์บอนเครดิต
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2564 (15 มิถุนายน 2564)
3. กรณีเอกชนจัดสถานที่ให้ประชาชนทอผ้า ถือเป็น การใช้ประโยชน์ประเภทใด กรณีเอกชนจัดพื้นที่ซึ่งมิใช่พื้นที่ที่ใช้อยู่อาศัยเพื่อให้ประชาชนใช้ทอผ้าในลักษณะวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มอาชีพ เพื่อส่งเสริมรายได้ของครัวเรือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จะพิจารณาเป็นการใช้ประโยชน์ประเภทใด
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. กรณีเอกชนจัดพื้นที่ซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยเพื่อให้ประชาชนใช้ทอผ้าในลักษณะวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มอาชีพ การพิจารณาการใช้ประโยชน์ย่อมเป็นไปตามสภาพการใช้ประโยชน์ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏและตามประกาศหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการทำประมงและการทอผ้าไม่ถือเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวง มหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ดังนั้น กรณีเอกชนให้วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มอาชีพทอผ้าในพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินของตนนั้น จึงต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในอัตราสำหรับการใช้ประโยชน์อื่น ๆ อย่างไรก็ดี มาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ดังนั้น หากเอกชนยินยอมให้ อปท. หรือส่วนราชการอื่นจัดพื้นที่ดังกล่าวให้ประชาชนใช้ทอผ้าเพื่อส่งเสริมรายได้ของครัวเรือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ และให้ประชาชนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันและเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ทำข้อตกลงกับ อปท. แล้ว พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. การได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ นั้น เจ้าของทรัพย์สินและ อปท. จะต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ดังนี้ 2.1 ทรัพย์สินที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนใน อปท. นั้น ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน 2.2 อปท. และเจ้าของทรัพย์สินต้องร่วมกันจัดทำข้อตกลงให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย โดยต้องตกลงยินยอมให้ อปท. จัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษี 2.3 อปท. ต้องติดประกาศความยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณะ ณ ที่ทำการของ อปท. นั้น และในที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2564 (15 มิถุนายน 2564)
4. การเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของหน่วยราชการในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในส่วนของอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ให้หน่วยราชการต่าง ๆ ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (ศูนย์ราชการฯ) ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อจัดสร้างสถานที่ทำการถาวรให้กับหน่วยราชการต่าง ๆ โดยให้ กค. จัดตั้งบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เพื่อทำหน้าที่ก่อสร้างและบริหารโครงการศูนย์ราชการฯ และระดมทุน เพื่อนำมาใช้จ่ายในการดำเนินโครงการศูนย์ราชการฯ ถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของหน่วยงานของรัฐที่มิได้หาผลประโยชน์ จะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของศูนย์ราชการฯ ที่ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่าใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน ไม่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เนื่องจาก ธพส. มีการรับรายได้ในลักษณะค่าเช่าจากการให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่าใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐ ถึงแม้จะนำรายได้ค่าเช่าทั้งหมดที่เกิดจากการให้ส่วนราชการใช้พื้นที่ไปชำระคืนหนี้ที่ได้ระดมทุนก่อสร้างศูนย์ราชการภายใต้กลไกแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ก็ตาม ก็อาจถือเป็นการหาผลประโยชน์ที่ไม่เข้าเงื่อนไขจะได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ดังนั้น จึงควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 เพื่อให้ทรัพย์สินดังกล่าวได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการพิจารณา ชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มีมติตัดสินชี้ขาดให้ ธพส. ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับสิ่งปลูกสร้างในศูนย์ราชการฯ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ จึงเห็นควรให้อาคารหรือ สิ่งปลูกสร้างอื่น ได้แก่ อาคารจอดรถบี อาคารศาลปกครอง อาคารศูนย์ประชุมทรงเหลี่ยม พื้นที่ทั่วไปในส่วนของห้องเครื่อง ห้องควบคุมระบบไฟ ห้องประชุม พื้นที่ระบบบำบัด น้ำเสีย และพื้นที่กำจัดขยะ ได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2564 (15 มิถุนายน 2564)
5. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีอาคาร/ห้องชุดสายลมทาวเวอร์ ในเขตเทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกรณีอาคาร/ห้องชุดสายลมทาวเวอร์ ในเขตเทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง (อาคาร/ห้องชุดสายลมทาวเวอร์ฯ) จากคณะกรรมการฯ เนื่องจากไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยโดยสภาพได้ จะได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. อาคาร/ห้องชุดสายลมทาวเวอร์ฯ เป็นอาคารร้างและ ไม่มีผู้อยู่อาศัย จึงถือเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ ว่างเปล่าตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2. มาตรา 37 (4) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้เสียภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ 1.2 ของฐานภาษี และมาตรา 94 (6) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในสองปีแรกของการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตราภาษีร้อยละ 0.3 3. การคำนวณฐานภาษีมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า อาคารชุด/ห้องชุดดังกล่าว ไม่ได้มีการจดทะเบียนเลิกอาคารชุด การคำนวณมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นห้องชุด จึงต้องนำราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีในประเภททิ้งไว้ว่างเปล่า อย่างไรก็ดี การประเมินราคาทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ เมื่อสภาพของอาคาร/ห้องชุดสายลมทาวเวอร์ฯ มีสภาพรกร้างว่างเปล่า ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดดังกล่าวจะประเมินตามสภาพข้อเท็จจริง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
1. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีบางบัวทองมูลนิธิขององค์การบริหารส่วนตำบลละหาร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. บางบัวทองมูลนิธิได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยได้รับอนุญาตให้จัดตั้งมูลนิธิชื่อ “สุสานบางบัวทองมูลนิธิ” เป็นนิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2502 ต่อมาภายหลังจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตราสารแก้ไขชื่อมูลนิธิเป็น “บางบัวทองมูลนิธิ” ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าบางบัวทองมูลนิธิเป็นมูลนิธิหรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามรายชื่อที่กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงไม่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (7) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ยกเว้นภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของมูลนิธิหรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล 2. การได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีในทรัพย์สินที่เป็นสุสานสาธารณะหรือฌาปนสถานสาธารณะนั้น มาตรา 8 (6) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะหรือฌาปนสถานสาธารณะ โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน โดยมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. สุสานฯ กำหนดให้ “สุสานและฌาปนสถานสาธารณะ” หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้สําหรับเก็บ ฝัง หรือเผาศพ สําหรับประชาชนทั่วไป แต่ไม่รวมถึงสถานที่ที่ใช้สําหรับเก็บศพชั่วคราวในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ส่วนตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้ความหมายของคำว่า “สุสาน” หมายความว่า สถานที่สำหรับฝังหรือเผาศพ “ฌาปนสถาน” หมายความว่า สถานที่เผาศพ หรือเมรุ “สาธารณะ” หมายความว่า เพื่อประชาชนทั่วไป ดังนั้น สุสานสาธารณะและฌาปนกิจสาธารณะจึงได้รับยกเว้น การจัดเก็บภาษีเฉพาะส่วนที่ใช้เป็นสถานที่ที่จัดไว้สำหรับเก็บ ฝัง หรือเผาศพสำหรับประชาชนทั่วไป โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทนเท่านั้น ซึ่งไม่รวมถึงอาคารประกอบพิธี อาคารที่พักของเจ้าหน้าที่ อาคารอำนวยการ อาคารโรงทาน ห้องน้ำ สระน้ำ พื้นที่จอดรถ หรือพื้นที่อื่นที่ใช้อนุเคราะห์สงเคราะห์แก่ญาติของบรรพบุรุษและประชาชนทั่วไป ดังนั้น ทรัพย์สินของบางบัวทองมูลนิธิเฉพาะในส่วน ที่ใช้เป็นที่ฝังศพของประชาชนทั่วไป จึงถือเป็นสุสานสาธารณะ และหากข้อเท็จจริงปรากฏว่า บางบัวทองมูลนิธิไม่ได้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายและบำรุงดูแลรักษา และกรณีมี การรับบริจาคหากเป็นการรับบริจาคตามศรัทธาของแต่ละบุคคลโดยไม่เป็นเงื่อนไขของการให้บริการ ก็อาจเข้าข่ายที่ได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (6) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ สำหรับทรัพย์สินที่ใช้เป็นพื้นที่ใช้สอยในการประกอบพิธีทางศาสนา ใช้เป็นที่จอดรถและเป็นพื้นที่อนุเคราะห์สงเคราะห์แก่ญาติของบรรพบุรุษและประชาชนทั่วไปที่ใช้ในการประกอบการเกษตร ไม่เข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี ต้องเสียภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์นั้น
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
2. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีสหกรณ์กองทุนสวนยางในโตน จำกัด ขององค์การบริหาร ส่วนตำบลป่ากอ
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ตามมาตรา 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดว่า ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือว่าเป็นของรัฐ กรณีที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารโรงรมยาง ผึ่งแห้งและอาคารฌาปนกิจสถานหลังเก่า (อาคารพระสวดศพ) เป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตั้งอยู่บนที่ดินหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 29186 พง 180 168 ออกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2528 เพื่อแสดงเขตที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งตั้งอยู่บ้านในโตนหมู่ที่ 3ตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา มีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 3 งาน 28 8/10 ตารางวา อยู่ในความดูแลรักษาของกระทรวงมหาดไทย (สุสานบ้านในโตนสาธารณประโยชน์) โดยสภาตำบลในขณะนั้นยินยอมให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (การยางแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน) ใช้ที่ดินดังกล่าว ดังนั้น การยางแห่งประเทศไทยจึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในฐานะผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ 2. กรณีสหกรณ์ฯ ใช้ประโยชน์อาคารโรงรมยางผึ่งแห้ง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของการยางแห่งประเทศไทย เพื่อรวบรวมผลผลิต (น้ำยางสด) ของสมาชิกสหกรณ์ฯ ไม่ใช่เป็นการใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ ทั้งนี้ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ อันจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ดังนั้น การยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของ สิ่งปลูกสร้างอาคารโรงรมยางผึ่งแห้งในวันที่ 1 มกราคม จึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในฐานะเจ้าของสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 3. กรณีอาคารฌาปนกิจสถานหลังเก่า (อาคารพระสวดศพ) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของวัดที่ให้สหกรณ์ฯ ใช้เป็นอาคารสถานที่ทำการสหกรณ์ฯ และร้านค้าสหกรณ์ฯ ก่อให้เกิดรายได้เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนของสมาชิกสหกรณ์ฯ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติไม่ว่าของศาสนาใดที่ใช้เฉพาะเพื่อการประกอบศาสนกิจหรือกิจการสาธารณะ หรือทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวง ไม่ว่าในศาสนาใด หรือทรัพย์สินที่เป็นศาลเจ้า ทั้งนี้ เฉพาะที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์ อันจะได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 8 (5) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ดังนั้น วัดซึ่งเป็นเจ้าของอาคารฌาปนกิจสถานหลังเก่า (อาคารพระสวดศพ) ในวันที่ 1 มกราคม จึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในฐานะเจ้าของสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
3. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีการจัดเก็บภาษีในที่ดิน น.ส. 3 ซึ่งผู้ครอบครองไม่สามารถเข้าไป ทำประโยชน์ได้ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรณีที่ดินของนางนิศารัตน์ฯ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐและใช้ประโยชน์ในกิจการของรัฐ (กองกำลังบูรพา) ผู้ครอบครองไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้นั้น มาตรา 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดให้ ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ซึ่งที่ดิน น.ส. 3 เป็นที่ดินที่มิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด จึงถือว่าเป็นของรัฐ โดยมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ “ผู้เสียภาษี” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือเป็น ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ดังนั้น ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดิน น.ส. 3 จึงเป็นผู้เสียภาษีตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อย่างไรก็ดี มาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในทรัพย์สินของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ ทั้งนี้ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ ดังนั้น หากการที่กองกำลังบูรพาเข้าตั้งกำลังพลในที่ดิน น.ส. 3 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เป็นการใช้ที่ดินในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะโดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ ก็อาจเข้าข่ายได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
4. การคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านโป่ง 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านของเทศบาลเมืองท่าผา
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ที่ประชุมรับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ในการวินิจฉัย หรือให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว รวมถึงแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าว ก่อนเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
5. การคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง (สีคิ้ว) 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูง พาดผ่านขององค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือเก่า
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ที่ประชุมรับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นประเด็นหารือเกี่ยวกับการคำนวณมูลค่าที่ดิน ที่มีลักษณะเดียวกันกับระเบียบวาระที่ 4.4 (การคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านโป่ง 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านของเทศบาลเมืองท่าผา) ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติมอบหมายให้นำเรื่องในระเบียบวาระที่ 4.4 ให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ในการวินิจฉัย หรือให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว รวมถึงแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าว แล้วจึงนำกลับมาเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น จึงเห็นควรให้นำเรื่องตามระเบียบวาระที่ 4.5 นี้กลับมาเสนอต่อคณะกรรมการฯ พร้อมกับเรื่องในระเบียบวาระที่ 4.4 ให้เกิดความรอบคอบต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
6. การแจ้งประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2563 แก่บริษัท กรีนวัลเล่คันทรีคลับ จำกัด ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ที่ประชุมรับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นประเด็นหารือเกี่ยวกับการใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ ที่มีลักษณะเดียวกันกับระเบียบวาระที่ 4.7 (การแจ้งประเมินภาษีที่ดินฯ ประจำปี 2563 รายบริษัท โมริฟูจิ จำกัด ของเทศบาลตำบลคลองตำหรุ) ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติมอบหมายให้นำเรื่องในระเบียบวาระที่ 4.7 ให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเพิ่มเติมให้เกิด ความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ในการวินิจฉัย หรือให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว รวมถึงแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าว แล้วจึงนำกลับมาเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น จึงเห็นควรให้นำเรื่องตามระเบียบวาระที่ 4.6 นี้กลับมาเสนอต่อคณะกรรมการฯ พร้อมกับเรื่องในระเบียบวาระที่ 4.7 ให้เกิดความรอบคอบต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 (8 กรกฎาคม 2565)
7. การแจ้งประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2563 รายบริษัท โมริฟูจิ จำกัด ของเทศบาลตำบลคลองตำหรุ
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
ที่ประชุมรับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ในการวินิจฉัย หรือให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ การประเมินภาษีประจำจังหวัดได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว รวมถึงแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าว ก่อนเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2565 (26 กันยายน 2565)
1. การตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรุงเทพมหานครมีอำนาจตราข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บภายในเขตกรุงเทพมหานครได้โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แต่จะกำหนดอัตราภาษีแยกตามประเภทการใช้ประโยชน์หรือตามเงื่อนไขใน แต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ไม่ได้ (จะกำหนดอัตราภาษีแยกตามประเภทการใช้ประโยชน์หรือตามเงื่อนไขในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างจากพระราชกฤษฎีกาไม่ได้) เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2565 (26 กันยายน 2565)
2. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเมืองตราด (องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี กรณีโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเมืองตราด ดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดไว้ ในมาตรา 53 (3) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้เทศบาลต้องจัดให้มีโรงฆ่าสัตว์ และควบคุมการฆ่าสัตว์ จึงถือเป็นทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ กรณีที่มีรายได้เกิดขึ้นจากการฆ่าสัตว์ เป็นการจัดเก็บอากรการฆ่าสัตว์ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 จึงเป็นการเรียกเก็บตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งไม่ถือเป็นการหารายได้หรือหาผลประโยชน์ ดังนั้น โรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเมืองตราด กรณีนี้จึงเป็นทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือในกิจการสาธารณะที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ โดยพิจารณาเทียบเคียงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 12) ที่เคยให้ความเห็น เรื่อง การชำระภาษีมูลค่าเพิ่มของเทศบาล (กรณีเทศบาลนครนครสวรรค์) เรื่องเสร็จที่ 614/2553 กรณีการให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่นใดมีการลงทุนและเรียกเก็บค่าบริการจากการให้บริการเป็นปกติธุระ และการให้บริการนั้นเอกชนอื่นสามารถกระทำได้ การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่นดังกล่าวมีลักษณะ เป็นการให้บริการที่เป็นการพาณิชย์ ส่วนการให้บริการที่เป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ เป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้อย่างกว้าง กล่าวคือ หากมีการเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดจาก การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่นแล้ว ย่อมถือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์จากการให้บริการทั้งสิ้น แต่หากการเรียกเก็บรายได้หรือผลประโยชน์ มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจไว้เป็นการเฉพาะ การเรียกเก็บรายได้หรือผลประโยชน์นั้น ย่อมเป็นการเรียกเก็บโดยบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งไม่ถือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ 2. มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. มีอำนาจทบทวนการประเมินภาษีให้ถูกต้องได้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า การประเมินภาษีดังกล่าวผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน ดังนั้น กรณีองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรงได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภาษีที่ดินฯ) แล้ว หากต่อมาตรวจพบว่า การประเมินดังกล่าวไม่ถูกต้อง ย่อมมีอำนาจทบทวนการประเมินภาษีให้ถูกต้องตามที่ผู้เสียภาษีมีหน้าที่ต้องเสียได้ แต่ต้องไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาการชำระภาษี
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2565 (26 กันยายน 2565)
3. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่ราชพัสดุที่ติดเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และ ทางน้ำไหล (องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. การคำนวณภาษีที่ดินฯ มาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้คำนวณภาษีจากมูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง และมาตรา 38 ประกอบกับข้อ 2 (4) (ค) ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภท กำหนดว่า กรณีการเช่า การครอบครอง หรือการทำประโยชน์ในที่ดินหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของหน่วยงานของรัฐ ให้คำนวณฐานภาษีโดยใช้มูลค่าของที่ดินหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเฉพาะพื้นที่ที่กำหนดไว้ในสัญญามาคำนวณ ดังนั้น เมื่อผู้เสียภาษีเช่าที่ดินราชพัสดุ จำนวน 629 ไร่ 41 ตารางวา การคำนวณฐานภาษีจึงต้องใช้มูลค่าของที่ดินตามเนื้อที่จำนวน 629 ไร่ 41 ตารางวา ที่กำหนดไว้ในสัญญามาคำนวณ 2. สำหรับกรณีผู้เสียภาษีไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเต็มพื้นที่ เนื่องจากติดเงื่อนไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และทางน้ำไหลให้คงสภาพเดิม ตามบันทึกคำยินยอมท้ายสัญญาเช่าซึ่งกำหนดห้ามผู้เช่าตัดต้นไม้ทำลายป่าหรือก่อสร้างสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในบริเวณส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และทางน้ำไหล หากผู้เช่าประสงค์จะดำเนินการใด ๆ ในเขตเช่าบริเวณส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และทางน้ำไหล จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าและ อบต. เกาะกูดฯ เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ดังนั้น ที่ดินดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายเป็นที่ดินที่มีกฎหมายห้ามมิให้ทำประโยชน์ที่จะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตาม (10) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 3. มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้จัดเก็บภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภท กำหนดให้ที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างใดมีการใช้ประโยชน์หลายประเภทให้ อปท. จัดเก็บภาษีตามสัดส่วนของการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น อปท. จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของ การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างว่าเข้าข่ายเป็น การใช้ประโยชน์ประเภทใดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด 4. คณะกรรมการฯ มอบหมายให้กรมธนารักษ์รับข้อสังเกตจากที่ประชุมในประเด็นการพิจารณาทำสัญญาเช่ากรณีกรมธนารักษ์ให้เช่าที่ราชพัสดุโดยมีข้อกำหนดเงื่อนไขการทำประโยชน์ในพื้นที่เช่าว่าสามารถจะทำสัญญาเช่าเฉพาะพื้นที่ที่ผู้เช่าสามารถทำประโยชน์ได้โดยไม่ติดเงื่อนไขใด ๆ ได้หรือไม่ และมีข้อสังเกตว่าอาจต้องพิจารณาศึกษาเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงแนวทางการบรรเทาภาระภาษี กรณีผู้เช่าที่ดินของรัฐโดยติดเงื่อนไขการทำประโยชน์ในพื้นที่บางส่วน ที่เหมาะสมต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2565 (26 กันยายน 2565)
4. การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ในการเกษตร กรณีการปลูกไม้ยืนต้นประเภทโกงกาง (องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรณีการปลูกไม้ยืนต้นประเภทโกงกางถือว่าใช้ที่ดิน เพื่อประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ตามมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ นั้น มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม (ประกาศหลักเกณฑ์เกษตรกรรมฯ) กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และการใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม นอกจากนี้ การประกอบการเกษตรที่เป็น การปลูกไม้ยืนต้นจะต้องประกอบการเกษตรให้ได้อัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในตารางแนบท้าย ก ของประกาศหลักเกณฑ์เกษตรกรรมฯ ด้วย ดังนั้น หากกรณีการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยการปลูกไม้ยืนต้นประเภทโกงกางเพื่อนำมาจำหน่ายและใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจสำหรับทำเชื้อเพลิงเผาถ่านนั้น หากเป็นการประกอบการเกษตรตามระเบียบคณะกรรมการ นโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วย การขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม และมีการประกอบการเกษตรได้ในอัตราขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย ก ของประกาศหลักเกณฑ์เกษตรกรรมฯ ที่ดินดังกล่าวก็เข้าข่ายเป็นที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และประกาศหลักเกณฑ์เกษตรกรรมฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
1. การเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย (กรุงเทพมหานคร)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 8 (3) แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ) กำหนดให้ยกเว้น การจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน ดังนั้น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่สถานเอกอัครราชทูต/รัฐบาลต่างประเทศถือครองกรรมสิทธิ์ หรือเช่าจากหน่วยราชการหรือหน่วยงานไทย (เช่น ที่ราชพัสดุ หรือที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นต้น) หรือเช่าจากเอกชน จะได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภาษีที่ดินฯ) ตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
2. การเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับกิจการประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. กรณีที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการดำเนินกิจการประปาเป็นทรัพย์สินของรัฐ หากคณะกรรมการบริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาซึ่งมีหน้าที่บริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้านตามระเบียบกระทรวง มหาดไทย ว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. 2548 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินของรัฐดังกล่าวในทางข้อเท็จจริง ก็ย่อมมีหน้าที่เสียภาษีตาม มาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อย่างไรก็ดี กรณีที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการดำเนินกิจการประปาไม่เป็นทรัพย์สินของรัฐ เจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวย่อมเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินฯ 2. ในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาบรรเทาภาระภาษีที่ดินฯ สำหรับกิจการสาธารณะให้เหมาะสมต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
3. การเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างและประเภทการใช้ประโยชน์ กรณีอาคารที่ก่อสร้างให้นกนางแอ่นเข้ามา อยู่อาศัยเพื่อเก็บรังนกขาย (องค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนไทร จังหวัดเพชรบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 35 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์การคำนวณมูลค่าฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น หากสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มี ราคาประเมินทุนทรัพย์ การคำนวณมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง ย่อมเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ พ.ศ. 2562 (กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ) โดยข้อ 4 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ กำหนดให้พนักงานประเมินเป็นผู้เทียบเคียงราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างตามบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้าง ที่กรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จัดส่งให้ ดังนั้น พนักงานประเมินจึงมีหน้าที่เทียบเคียงราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตามบัญชีเทียบเคียง สิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จัดส่งให้สำหรับกรณีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะอื่นซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ ให้พนักงานประเมินแจ้งให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำส่งเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงมูลค่าสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดราคาของสิ่งปลูกสร้างต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเมื่อ อปท. ได้พิจารณากำหนดราคาประเมิน ทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้วให้แจ้งไปยังกรมธนารักษ์เพื่อจัดทำเป็นบัญชีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะพิเศษต่อไป ทั้งนี้ อปท. อาจเสนอไปยังคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดเพื่อให้คำแนะนำในเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะพิเศษได้ตามข้อ 5 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ 2. มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดอัตราภาษีสำหรับการใช้จัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตามประเภทการใช้ประโยชน์แต่ละประเภทในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 2 (2) ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภท กำหนดให้กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างมีการใช้ประโยชน์หลายประเภทให้ อปท. เก็บภาษีตามสัดส่วนการใช้ประโยชน์ ดังนั้น อปท. ย่อมจะต้องจัดเก็บภาษีตามสัดส่วนการใช้ประโยชน์ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนด สำหรับกรณีการใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรม มาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรม (ประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ) กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม หมายถึง การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ระเบียบฯ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม แต่ไม่รวมถึงการทำประมงและการทอผ้า และจะต้องมีอัตราขั้นต่ำของ การประกอบการเกษตรต่อไร่ อัตราพื้นที่คอกหรือโรงเรือน อัตราการใช้ที่ดินหรือมีลักษณะการใช้ประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ ด้วย โดยกรณีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างให้นกแอ่นกินรัง เข้ามาอยู่อาศัยเพื่อเก็บรังนกขายไม่เข้าข่ายเป็นการเลี้ยง ปศุสัตว์ตามระเบียบฯ เนื่องจากไม่มีลักษณะของการเลี้ยงเหมือนสัตว์ประเภทอื่น เช่น ผู้เลี้ยงไม่มีการให้อาหาร โดยนกแอ่นกินรังมีลักษณะเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหรือตึกเป็นช่วงเวลาและออกไปหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ เป็นต้น ดังนั้น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เลี้ยงนกแอ่นกินรังจึงไม่เข้าข่ายเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
4. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (เทศบาลตำบลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีใด เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้น ทั้งนี้ การเสียภาษีของผู้เสียภาษี ไม่เป็นเหตุให้เกิดสิทธิตามกฎหมายอื่น ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ประชาชนเข้าครอบครองหรือทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีใด ก็ย่อมมีหน้าที่เสียภาษีที่ดินฯ สำหรับปีนั้น ทั้งนี้ ผู้เสียภาษีไม่สามารถใช้บัญชีรายการที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการเสียภาษีที่ดินฯ ในการอ้างสิทธิในที่ดินได้ 2. มาตรา 28 และ 29 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้พนักงานสำรวจมีอำนาจในการสำรวจที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. และมีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรืออาจขอให้ ผู้เสียภาษีชี้เขตที่ดินหรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างได้ ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรณีเทศบาลตำบลด่านช้างมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เทศบาลตำบลด่านช้างย่อมสามารถอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อเรียกเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น หนังสืออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) เป็นต้น เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการสำรวจได้ หรือขอให้ ผู้เสียภาษีชี้เขตที่ดินหรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
5. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (เทศบาลตำบลบ้านไร่ จังหวัดราชบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 35 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์การคำนวณมูลค่าฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น หากสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ การคำนวณมูลค่าของสิ่งปลูกสร้างย่อมเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ พ.ศ. 2562 (กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ โดยข้อ 4 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ กำหนดให้พนักงานประเมินเป็นผู้เทียบเคียงราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างตามบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์หรือสำนักงาน ธนารักษ์พื้นที่จัดส่งให้ ดังนั้น พนักงานประเมินจึงมีหน้าที่เทียบเคียงราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตามบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จัดส่งให้ ทั้งนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นอาคารควบคุมระบบไฟฟ้า จะสามารถเทียบเคียงได้กับสิ่งปลูกสร้างประเภทโรงงาน รหัส 513 ตามบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์ 2. นอกจากนี้ ข้อ 5 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ กำหนดให้สำหรับกรณีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะอื่นซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ ให้พนักงานประเมินแจ้งให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำส่งเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงมูลค่าสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการพิจารณากำหนด ราคาของสิ่งปลูกสร้างต่อ อปท. โดยเมื่อ อปท. ได้พิจารณากำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้วให้แจ้งไปยังกรมธนารักษ์เพื่อจัดทำเป็นบัญชีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะพิเศษต่อไป ทั้งนี้ อปท. อาจเสนอไปยังคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดเพื่อให้คำแนะนำ ในเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของ สิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะพิเศษดังกล่าว
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
6. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีการปลูกยางพารา (องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลันตาน้อย จังหวัดกระบี่)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรณีการปลูกยางพาราในที่ดินขนาด 5 ไร่ จำนวน 50 ต้น นั้น มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมต้องเป็น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และการใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบ การเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การบริโภค จำหน่าย ใช้งานในฟาร์ม นอกจากนี้ ข้อ 5 ประกอบกับบัญชีแนบท้าย ก ของประกาศหลักเกณฑ์ การประกอบเกษตรกรรมฯ กำหนดให้การใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรมที่เป็นการปลูกยางพาราจะต้องประกอบการเกษตรให้ได้อัตราขั้นต่ำ 80 ต้นต่อไร่ ดังนั้น ที่ดินจะเข้าข่ายเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมต้องเป็นการประกอบการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม และมีอัตราขั้นต่ำ ในการประกอบการเกษตรตามที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย ก ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ ตามความในมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ ทั้งนี้ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการใช้ที่ดินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ ที่ดินดังกล่าวจะไม่เข้าข่ายเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
7. การยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินใต้ถนน ลาน และรั้ว และการผ่อนชำระภาษี (เทศบาลตำบลพะวง จังหวัดสงขลา)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มีน้ำด้วย และมาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ (9) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างที่เป็นถนน ลาน และรั้ว ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ แต่มิได้กำหนดยกเว้นให้กับที่ดินที่เป็นที่ตั้งของถนน ลาน และรั้ว ดังนั้น ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของถนน ลาน และรั้ว จึงอยู่ในข่ายที่จะต้องเสียภาษี ตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด 2. การขอผ่อนชำระภาษีที่ดินฯ นั้น มาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 3 ของกฎกระทรวงการผ่อนชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ การผ่อนชำระภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ให้แบ่งชำระได้ ไม่เกินสามงวด งวดละเท่า ๆ กัน ดังนั้น การผ่อนชำระ ภาษีที่ดินฯ จึงต้องเป็นไปตามความในกฎกระทรวงดังกล่าว
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
8. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากเรือน จำกลางเพชรบุรี (จังหวัดเพชรบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ทรัพย์สินในส่วนที่จะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (1) และ 8 (5) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ จะต้องเป็นทรัพย์สินเฉพาะส่วนที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์ โดยกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรมราชทัณฑ์ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินของวัดหัวสนาม ตำบลน่าพะลาน อำเภอคลองกระแซง จังหวัดเพชรบุรี โฉนดที่ดินเลขที่ 21069 และวัดไผ่ล้อม (ร้าง) ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โฉนดที่ดินเลขที่ 22235 จากกรมการศาสนา (ซึ่งต่อมาพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ให้โอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนของกรมการศาสนามาเป็นของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) เพื่อใช้ในกิจการเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 โดยมีเนื้อที่ตามสัญญาเช่าประมาณ 6,344 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าปีละ 152,256 บาท ตามสัญญาที่ 50/2545 ลงวันที่ 28 มกราคม 2545 และได้มีการจัดทำข้อตกลงในการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวคราวละ 1 ปีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีระยะเวลาเช่าตามข้อตกลงในการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 นั้น กรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นทรัพย์สินของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ ทั้งนี้ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ และไม่เข้าข่ายเป็นทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติไม่ว่าของศาสนาใดที่ใช้เฉพาะเพื่อการประกอบศาสนกิจหรือกิจการสาธารณะ หรือทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวง ไม่ว่าในศาสนาใดหรือทรัพย์สินที่เป็นศาลเจ้า ทั้งนี้ เฉพาะที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์ อันจะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (1) และ 8 (5) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ตามลำดับ 2. ประธานกรรมการมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ พิจารณาแนวทางการบรรเทาภาระภาษีกรณีหน่วยงานของรัฐนำทรัพย์สินของเอกชนมาใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
9. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (จังหวัดภูเก็ต)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 2 ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจาก การจัดเก็บภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ ที่ยังมิได้ใช้ในกิจการของรัฐวิสาหกิจและยังมิได้ใช้หาผลประโยชน์ เป็นทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จัดให้พนักงานหรือลูกจ้างเข้าพักอาศัยชั่วคราวเพื่อช่วยดูแลทรัพย์สินของ ทอท. ในระหว่างที่ยังไม่ได้ใช้หาประโยชน์ โดยมิได้เรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะการหารายได้จากการพักอาศัย ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินในกิจการของ ทอท. ดังนั้น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายเป็นทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตามมาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และข้อ 2 ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ โดย ทอท. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2566 (27 เมษายน 2566)
10. การยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากปัญหา การนำจ่ายที่ล่าช้าของไปรษณีย์ (องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ (อบต. บางพลีใหญ่ฯ) แจ้งประเมินภาษีที่ดินฯ ประจำปี พ.ศ. 2564 ด้วยวิธีการฝากส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 ซึ่งอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาที่ อบต. บางพลีใหญ่ฯ ได้ขยายเวลาแจ้งประเมินภาษีไว้ถึงเดือนมิถุนายน แต่ผู้เสียภาษีได้รับแจ้งการประเมินภาษี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ซึ่งเลยกำหนดเวลาชำระภาษีที่ อบต. บางพลีใหญ่ฯ ได้ขยายไว้ถึงเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ผู้เสียภาษีมิอาจชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ จึงต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และเงินเพิ่มตามมาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ อย่างไรก็ดี มาตรา 71 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้เบี้ยปรับอาจงดหรือลดลงได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ กฎกระทรวงการงดหรือลดเบี้ยปรับ พ.ศ. 2562 ไม่มีบทบัญญัติให้สามารถลดหรืองดเบี้ยปรับกรณีดังกล่าว และไม่มีบทบัญญัติให้งดหรือลดเงินเพิ่มได้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากประเด็นดังกล่าวมิใช่ความผิดของ อปท. และผู้เสียภาษี จึงเสนอแนวทางการยกเว้นเบี้ยปรับและ เงินเพิ่ม 2 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ โดยกำหนดให้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีสำหรับกรณี ผู้เสียภาษีที่ได้รับแบบฯ ล่าช้าเกินกำหนดเวลาการชำระภาษี โดยมิใช่ความผิดพลาดของผู้เสียภาษีและ อปท. โดยอาจกำหนด ดังนี้ 1) สำหรับปี 2563 – 2565 กรณี อปท. ที่ได้แจ้งการประเมินภาษีภายในกำหนดเวลา (เดือนกุมภาพันธ์) หรือกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ขยายออกไป และผู้เสียภาษีได้รับแบบฯ หลังระยะเวลา การแจ้งประเมินภาษี (เดือนกุมภาพันธ์) หรือกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ขยายออกไป ให้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ 2) สำหรับปี 2566 เป็นต้นไป กรณี อปท. ที่ได้แจ้งการประเมินภาษีภายในกำหนดเวลา (เดือนกุมภาพันธ์) หรือกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ขยายออกไป และผู้เสียภาษีได้รับแบบฯ หลังระยะเวลา การแจ้งประเมินภาษี (เดือนกุมภาพันธ์) หรือกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ขยายออกไป ให้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีออกไปอีก 60 วันนับแต่วันที่ผู้เสียภาษีได้รับแบบฯ แนวทางที่ 2 ผู้เสียภาษีใช้สิทธิคัดค้านและขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาทบทวนการเรียกเก็บภาษี กรณีได้รับแบบฯ ล่าช้าเกินกำหนดเวลาการชำระภาษี โดยมิใช่ ความผิดพลาดของผู้เสียภาษีและ อปท. ตามบทบัญญัติของมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับมาตรา 42 และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ) สำหรับการจัดเก็บภาษี ปี 2563 – 2565 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของมาตรา 14 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ในการขยายระยะเวลาการชำระภาษีสำหรับกรณีผู้เสียภาษีที่ได้รับแบบฯ ล่าช้าเกินกำหนดเวลา การชำระภาษี โดยมิใช่ความผิดพลาดของผู้เสียภาษีและ อปท. สำหรับการจัดเก็บภาษีปี 2566 เป็นต้นไป ดังนี้ 1) สำหรับปี 2563 – 2565 มาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้กรณีผู้เสียภาษีรายใดเห็นว่า การเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 61 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ถูกต้อง ให้มีสิทธิคัดค้าน และขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาทบทวนการเรียกเก็บภาษีได้ โดยขอให้พิจารณายกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และให้ อปท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียภาษีมารับเงินคืน ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการเรียกเก็บภาษี ทั้งนี้ กรณีผู้บริหารท้องถิ่นไม่เห็นชอบกับคำร้องคัดค้านของ ผู้เสียภาษี ให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ฯ เพื่อให้คณะกรรมการอุทธรณ์ฯ มีคำสั่งให้ ผู้อุทธรณ์ได้รับยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และให้ อปท. คืนเงินค่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้แก่ผู้เสียภาษี ตามมาตรา 81 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง อย่างไรก็ดี การมีผลใช้ยันต่อ ผู้เสียภาษี และกรณีล่วงเลยกำหนดเวลาการใช้สิทธิคัดค้านให้นำบทบัญญัติในมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ซึ่งกำหนดให้คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป และมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ซึ่งกำหนดให้เมื่อคู่กรณีมีคำขอ เจ้าหน้าที่อาจเพิกถอนหรือแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งทางปกครองที่พ้นกำหนดอุทธรณ์ได้ โดยการยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกระทำภายใน 90 วันนับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาใหม่ได้ มาปรับใช้กับกรณีดังกล่าว 2) สำหรับปี 2566 เป็นต้นไป ให้อาศัยบทบัญญัติของมาตรา 14 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาต่าง ๆ ออกเป็นการทั่วไปตามความจำเป็นแก่กรณีได้ 2. เห็นควรให้กระทรวงมหาดไทยหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายของ การดำเนินการทั้ง 2 แนวทาง ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
1. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีโรงเรือนแพ็คสินค้ากล้วยไม้ส่งออกต่างประเทศ (เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ) กำหนดให้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภาษีที่ดินฯ) ในอัตราตามการใช้ประโยชน์ แต่ละประเภท โดยการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม (ประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ) และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้หมายความรวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมนั้นด้วย ทั้งนี้ พื้นที่ต่อเนื่องต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรม ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ใช้เป็นโรงเรือนแพ็คสินค้ากล้วยไม้ส่งออกต่างประเทศดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม มีพื้นที่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม และมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการนำสินค้ากล้วยไม้ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จากการประกอบเกษตรกรรมของตนเองมาบรรจุหีบห่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเก็บรักษา หรือเพื่อรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียหาย ในระหว่างการขนส่ง หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่ง เท่านั้น โรงเรือนแพ็คสินค้ากล้วยไม้ดังกล่าวก็เข้าข่ายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
2. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่มี การปรับปรุงหน้าดินและขุดบ่อเพื่อเตรียมการเกษตร (องค์การบริหารส่วนตำบลละหาร จังหวัดนนทบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ข้อ 3 ของกฎกระทรวงกำหนดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ พ.ศ. 2562 (กฎกระทรวงรกร้างฯ) กำหนดให้ที่ดินที่อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อทำประโยชน์ ไม่ถือเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ เนื่องจากเจ้าของที่ดินได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว แต่กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเตรียมการไว้ การพิจารณาว่าเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี โดยจะต้องดำเนินการใด ๆ ในที่ดินดังกล่าวเพื่อเตรียมการทำประโยชน์ด้วย 2. มาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้น และให้เสียภาษีตามการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และข้อ 2 และข้อ 5 ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมต้องเป็นการใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้ในฟาร์ม นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรมที่มีชนิดพืช ชนิดสัตว์ หรือลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต้องมีอัตราขั้นต่ำตามที่ปรากฏในบัญชีแนบท้ายประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับข้อ 4 ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่า การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมให้หมายความรวมถึงที่ดินที่อยู่ในช่วงเวลาพักการเกษตรเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสภาพที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง การพักที่ดินระหว่างฤดูกาลผลิต และการตัดวงจรโรค หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียภาษีได้มีการปรับปรุงหน้าดิน และขุดบ่อเพื่อเตรียมการเกษตรตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2563 โดยยังมิได้ประกอบเกษตรกรรมหรือมิใช่กรณีพักการเกษตรเพื่อฟื้นฟูสภาพที่ดิน หรือพักที่ดินตามฤดูกาลผลิต และการตัดวงจรโรค ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น ที่ดินดังกล่าว จึงไม่ใช่ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม อย่างไรก็ดี เนื่องจากที่ดินดังกล่าวมีการปรับปรุงหน้าดิน และขุดบ่อเพื่อเตรียมการเกษตร จึงเข้าข่ายเป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อทำประโยชน์ตามข้อ 3 (1) ของกฎกระทรวงรกร้างฯ แต่หากที่ดินดังกล่าวที่โดยสภาพสามารถทำประโยชน์ได้ แต่ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดินนั้นตลอดปีที่ผ่านมาก็เข้าข่ายเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงรกร้างฯ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะต้องไปสำรวจการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการพิจารณาประเมินภาษี และหากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ไม่ใช่ที่ดินที่ทิ้งไว้ รกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ และไม่ใช่ที่ดินที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย จะถือเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมและที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
3. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่ดินที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่เตรียมการก่อสร้างที่พักอาศัย แต่ยังไม่ได้ก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย (เทศบาลตำบล บางสีทอง จังหวัดนนทบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ข้อ 3 (1) ของกฎกระทรวงรกร้างฯ กำหนดให้ที่ดินที่อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อทำประโยชน์ ไม่ถือเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ เนื่องจากเจ้าของที่ดินได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว แต่กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเตรียมการไว้ การพิจารณาว่าเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี โดยจะต้องดำเนินการใด ๆ ในที่ดินดังกล่าวเพื่อเตรียมการทำประโยชน์ด้วย 2. มาตรา 37 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 3 และ ข้อ 4 ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ เป็นที่อยู่อาศัย (ประกาศหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัยฯ) กำหนดว่า การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้หมายถึง การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย และให้หมายความรวมถึงช่วงเวลาระหว่างการก่อสร้าง หรือปรับปรุงต่อเติมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัยด้วย กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า เจ้าของที่ดินยังไม่ได้ก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยตามที่ได้รับอนุญาตเนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงชะลอการก่อสร้างอาคารและมีหนังสือขอต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงไม่เข้าข่ายการใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยตามประกาศหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัยฯ อย่างไรก็ดี หากเจ้าของที่ดินทำการปรับปรุงสภาพพื้นที่และปลูกพืชผักสวนครัวอื่น ๆ ก็ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของการใช้ประโยชน์ในที่ดินประกอบการประเมินภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
4. การประเมินในที่ดินที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับที่อยู่อาศัย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 37 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ บัญญัติว่า การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด ประกอบกับประกาศหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัยฯ ข้อ 3 กำหนดให้ การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้หมายถึง การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย รวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้ประโยชน์ต่อเนื่องด้วย โดยมิได้กำหนดขนาดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหรือลักษณะของการใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง ดังนั้น พื้นที่บริเวณบ้านในส่วนที่เป็นสนามหญ้าหน้าบ้านสำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกาย อปท. จะต้องพิจารณา การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างโดยอาศัยข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีเป็นสำคัญ ซึ่งมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. มีหน้าที่และอำนาจสำรวจที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างเพื่อประเมินจำนวน ขนาดของที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง การใช้ประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และรายละเอียดอื่นที่จำเป็นแก่การประเมินภาษี
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
5. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีการให้เช่าพื้นที่ประกอบกิจการตลาดนัด (เทศบาลตำบล ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้จัดเก็บภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง กรณีนางแค บัวเอี่ยม (นางแคฯ) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 5860 ได้แบ่งพื้นที่บางส่วนให้เช่าเพื่อประกอบกิจการตลาดนัดในวันอังคารและวันเสาร์ของ ทุกสัปดาห์ ที่ดินดังกล่าวที่ให้เช่าเพื่อประกอบกิจการจัดตั้งตลาด ถือเป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากการประกอบเกษตรกรรมและเป็นที่อยู่อาศัย ตามมาตรา 37 (3) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แม้ต่อมาเจ้าของที่ดินได้แจ้งเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินจากที่ดินที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากการประกอบเกษตรกรรมและเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม โดยการปลูกมะม่วง 20 ต้นต่อไร่ ซึ่งเป็นไปตามอัตราขั้นต่ำของการประกอบเกษตรต่อไร่ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้าย ก ของประกาศหลักเกณฑ์การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางแคฯ ยังคงใช้ที่ดินบางส่วนให้เช่าเพื่อประกอบกิจการจัดตั้งตลาด มีการติดตั้งเสาไฟฟ้า ลงหินคลุก และสร้างห้องน้ำชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เช่าและผู้มาใช้บริการตลาด ดังนั้น ที่ดินในส่วนที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการจัดตั้งตลาดดังกล่าว จึงไม่เข้าข่ายเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรมตามในมาตรา 37 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศหลักเกณฑ์ การประกอบเกษตรกรรมฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
6. การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่ดินที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 37 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพตาม (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในกฎกระทรวง ประกอบกับข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงรกร้างฯ กำหนดให้ที่ดินที่โดยสภาพสามารถทำประโยชน์ได้แต่ไม่มี การทำประโยชน์ในที่ดินนั้นตลอดปีที่ผ่านมา ถือเป็นที่ดิน ที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ความลาดชันของพื้นดิน และการทำประโยชน์ของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในบริเวณใกล้เคียง กรณีที่ดินที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้ เช่น สภาพที่ดินเป็นชั้นหิน และมีก้อนหินขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้นดินจำนวนมาก ถึงแม้จะไม่สามารถใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรมได้ แต่ก็ยังสามารถใช้ประโยชน์อื่นได้ เช่น ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์อื่นนอกจากการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมและ เป็นที่อยู่อาศัย และหากไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตลอดปีที่ผ่านมา และไม่ใช่กรณีที่ไม่สามารถทำประโยชน์ได้เนื่องจากเหตุธรรมชาติหรือเหตุพ้นวิสัย รวมทั้ง อปท. ได้พิจารณาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ความลาดชันของพื้นดิน และการทำประโยชน์ของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง ในบริเวณใกล้เคียงแล้ว เห็นว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ก็ย่อมจะต้องเสียภาษีที่ดินฯ ประเภทที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าตามมาตรา 37 (4) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
7. แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นขอทุเลาการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (จังหวัดเพชรบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ภาษีที่ดินฯ จัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี สำหรับการคำนวณภาษีที่ดินฯ จะใช้มูลค่าที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างตามราคาประเมินทุนทรัพย์เป็นฐานภาษี และนำไปคูณกับอัตราภาษีตามการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภท ทั้งนี้ ตามมาตรา 35 และมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และหากที่ดินแปลงเดียวกัน มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินหลายประเภทให้คำนวณฐานภาษี โดยใช้มูลค่าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามราคาประเมิน ทุนทรัพย์นั้นแยกตามการใช้ประโยชน์แต่ละประเภท ตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภท ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ดังนั้น หากกรณีที่ดินโฉนดเลขที่ 17279 มีการใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรมไม่เต็มพื้นที่ พื้นที่ส่วนที่เหลือ จึงต้องประเมินภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์จริงในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และกรณีที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์และ การหารือยังไม่สิ้นสุด หากผู้เสียภาษีไม่ได้ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด ผู้เสียภาษีจะต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามที่กำหนดในหมวด 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. มาตรา 73 วรรคห้า แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ การคัดค้านและการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการชำระภาษี เว้นแต่ผู้เสียภาษีจะได้ยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่น ขอให้ทุเลาการชำระภาษีไว้ก่อน และผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งให้ทุเลาการชำระภาษีเฉพาะส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนภาษีที่ต้องเสียในปีก่อน และจะสั่งให้วางประกันตามที่เห็นสมควรก็ได้ ดังนั้น การยื่นคำร้องขอให้ทุเลาการชำระภาษีจึงอาจยื่นได้ตั้งแต่วันที่ยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินภาษีจนถึงวันที่กระบวนการคัดค้านหรืออุทธรณ์จะถึงที่สุด
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
8. การคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง (สีคิ้ว) 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน (องค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือเก่า จังหวัดนครราชสีมา)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. กรณีการคำนวณมูลค่าที่ดินในส่วนของภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายการผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง (สีคิ้ว 2) ที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน มีกรรมสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินและมีราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่กรมธนารักษ์กำหนดไว้นั้น มาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดว่า ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษี ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง โดยในกรณีการคำนวณมูลค่าของที่ดิน ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ และมาตรา 35 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดว่า กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ การคำนวณมูลค่าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง (สีคิ้ว 2) ที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเป็นที่ดินที่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ ย่อมต้องใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี 2. ที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ พิจารณาแนวทางการบรรเทาภาระภาษีให้กับที่ดินที่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและมีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน แต่ราคาประเมินทุนทรัพย์ดังกล่าวยังไม่ได้สะท้อนถึงสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อไป เช่น การลดภาษีที่ดินฯ ในอัตราร้อยละ 30 หรือร้อยละ 50 เฉพาะที่ดินในส่วนที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี 3. อย่างไรก็ดี ประเด็นหารือนี้เป็นประเด็นในลักษณะเดียวกับประเด็นการคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านโป่ง 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน ของเทศบาลเมืองท่าผา จังหวัดราชบุรี ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีความเห็นว่า โดยหลักการแล้วที่ดินที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านควรมีการปรับลดราคาประเมิน ทุนทรัพย์ลง ทั้งนี้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ตามมาตรา 35 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดขึ้น โดยมีสมมติฐานว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของ กรมธนารักษ์ทุกแปลงได้สะท้อนถึงสภาพข้อเท็จจริงของที่ดินแล้ว ซึ่งแม้ว่าข้อเท็จจริงปรากฏว่า ราคาประเมิน ทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการสะท้อนถึงสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ด้วยมาตรา 35 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้ให้อำนาจ อปท. ในการปรับลดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 กรมธนารักษ์ได้มีบันทึกเวียนถึงธนารักษ์พื้นที่ทุกจังหวัด ให้ธนารักษ์พื้นที่จัดทำประกาศการประเมินราคาที่ดินในแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงให้สอดคล้องกับประกาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยให้คำนวณมูลค่าเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน และการประเมินราคาที่ดินที่มีสภาพเป็นบ่อ โดยให้คำนวณมูลค่าเป็นจำนวนร้อยละ 25 ของราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน เสนอคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัดพิจารณากำหนดราคาที่ดินและประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ดังนั้น สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ที่ดินที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านและมีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินอยู่แล้ว อปท. ก็สามารถปรับลดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินลงได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 (24 กรกฎาคม 2566)
9. การคำนวณมูลค่าที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านโป่ง 2 ที่มีแนวเขตสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน (เทศบาลเมืองท่าผา จังหวัดราชบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 73 มาตรา 81 และมาตรา 82 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้กรณีผู้เสียภาษีเห็นว่าการประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษีนั้นไม่ถูกต้อง ให้มีสิทธิคัดค้าน และขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาทบทวนการประเมินหรือการเรียกเก็บภาษีได้ โดยให้ยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่นตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษี แล้วแต่กรณี และในกรณีที่ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาไม่เห็นชอบกับคำร้องของผู้เสียภาษี ให้ผู้เสียภาษีนั้น มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยยื่นอุทธรณ์ต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และหากผู้อุทธรณ์ได้รับ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีแล้ว หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้อุทธรณ์มีสิทธิฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือพ้นกำหนดระยะเวลา แล้วแต่กรณี ดังนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประจำจังหวัดราชบุรีฯ และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประจำจังหวัดราชบุรีฯ ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์สำหรับกรณีดังกล่าวแล้ว และผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ การประเมินภาษี ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ 2. สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ มาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งกำหนดให้ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษี ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง โดยในกรณีการคำนวณมูลค่าของที่ดิน ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ โดยราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินดังกล่าวให้เป็นไปตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน ที่คณะอนุกรรมการประจำจังหวัดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ ดังนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินที่มี แนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเป็นที่ดินที่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ย่อมต้องใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ดังกล่าวเป็นฐานในการคำนวณภาษี อนึ่ง สำหรับกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ นั้น เป็นการออกตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 35 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งกำหนดว่า กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ การคำนวณมูลค่าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง 3. โดยหลักการแล้วที่ดินที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านควรมีการปรับลดราคาประเมินทุนทรัพย์ลง ทั้งนี้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ตามมาตรา 35 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดขึ้น โดยมีสมมติฐานว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ทุกแปลงได้สะท้อนถึงสภาพข้อเท็จจริงของที่ดินแล้ว ซึ่งแม้ว่าข้อเท็จจริงปรากฏว่า ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการสะท้อนถึงสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ด้วยมาตรา 35 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้ให้อำนาจ อปท. ในการปรับลดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 กรมธนารักษ์ได้มีบันทึกเวียนถึงธนารักษ์พื้นที่ ทุกจังหวัด ให้ธนารักษ์พื้นที่จัดทำประกาศการประเมินราคาที่ดินในแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงให้สอดคล้องกับประกาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยให้คำนวณมูลค่าเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน และการประเมินราคาที่ดินที่มีสภาพเป็นบ่อ โดยให้คำนวณมูลค่าเป็นจำนวนร้อยละ 25 ของราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน เสนอคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัดพิจารณากำหนดราคาที่ดินและประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ดังนั้น สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ที่ดินที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านและมีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินอยู่แล้ว อปท. ก็สามารถปรับลดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินลงได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
1. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างของวิสาหกิจชุมชนตามโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 37 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ) ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวง มหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม (ประกาศเกษตรฯ) กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมให้หมายความรวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมด้วย โดยพื้นที่ต่อเนื่องดังกล่าวจะต้องไม่เกิน กึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม และไม่รวมถึงกรณีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนั้น พื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมจะต้องมีพื้นที่ติดต่อกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ ในการประกอบเกษตรกรรม นอกจากนี้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และประกาศเกษตรฯ ได้กำหนดให้การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม หมายถึง การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการ นโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วย การขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น การทำนาหรือทำไร่ การปลูกผัก การเลี้ยงปศุสัตว์ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม แต่ไม่รวมถึงการทำการประมงและการทอผ้า ดังนั้น การประกอบการเกษตรตามความหมายของประกาศเกษตรฯ ย่อมหมายถึงการประกอบการเกษตรขั้นต้นเท่านั้น โดยไม่รวมถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จึงเห็นว่า การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตรไม่เข้าข่ายเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามประกาศเกษตรฯ สำหรับการดำเนินการเก็บผลผลิตทางการเกษตรของตนเองในที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเข้าข่าย เป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม แต่การดำเนินการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไม่เข้าข่าย เป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
2. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีผู้ครอบครองที่ดินประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน และแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน และที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ (เทศบาลตำบลท่าเยี่ยม จังหวัดนครราชสีมา)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ในคราวการประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง (คณะกรรมการฯ) ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการฯ ได้ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำว่า คำว่า “เจ้าของ” หมายถึง บุคคลหรือ นิติบุคคลที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งพิจารณาจากเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ โดยกรณีของที่ดิน คือ โฉนดที่ดิน (น.ส.4) และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” และกรณีห้องชุด คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) และการยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภาษีที่ดินฯ) ให้แก่บุคคลธรรมดา ซึ่งใช้ประโยชน์ที่ดินในการประกอบเกษตรกรรมและใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตามมาตรา 41 และมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ครอบคลุมถึงผู้ครอบครองที่ดินหรือทำประโยชน์ในที่ดิน ดังนั้น กรณีผู้ครอบครองที่ดินประเภท น.ส.3 น.ส.3 ก ส.ป.ก.4-01 และ ส.ค.1 และที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ (ภ.บ.ท.5) จึงไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีที่ดินฯ ตามมาตรา 40 และมาตรา 41 และการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2. มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พบว่า มีการประเมินภาษีผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน ให้ อปท. มีอำนาจทบทวน การประเมินภาษีให้ถูกต้องตามที่ผู้เสียภาษีมีหน้าที่ต้องเสียได้ และการทบทวนการประเมินภาษีดังกล่าว จะกระทำมิได้ เมื่อพ้น 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาการชำระภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น หากเทศบาลตำบล ท่าเยี่ยมได้แจ้งการประเมินภาษีไปยังผู้เสียภาษีตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แล้วพบว่า มีการประเมินภาษีผิดพลาดหรือประเมินไม่ครบถ้วน ก็ย่อมมีอำนาจในการทบทวนการประเมินภาษีให้ถูกต้องได้ และการทบทวนการประเมินภาษีดังกล่าว จะกระทำมิได้ เมื่อพ้น 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาการชำระภาษีตามพระราชบัญญัตินี้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
3. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่ดินล้อมรอบด้วยหนองน้ำไม่สามารถทำประโยชน์ได้ (เทศบาลตำบลเมืองเก่า จังหวัดปราจีนบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. กรณีที่ที่ดินโดยสภาพไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้จัดเก็บภาษีที่ดินฯ ในอัตราตามการใช้ประโยชน์แต่ละประเภท โดยมาตรา 37 วรรคสี่ ประกอบกับข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงกำหนดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ พ.ศ. 2562 (กฎกระทรวงที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าฯ) กำหนดให้ที่ดินที่โดยสภาพสามารถทำประโยชน์ได้ แต่ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดินนั้นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เว้นแต่การที่ไม่สามารถทำประโยชน์นั้นเนื่องจากมีเหตุธรรมชาติหรือเหตุพ้นวิสัย อย่างไรก็ดี ข้อ 4 ของกฎกระทรวงที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าฯ กำหนดให้ในการพิจารณาว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างใดเป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ความลาดชันของพื้นดิน และการทำประโยชน์ของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง ในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ดินของผู้เสียภาษีบางส่วนเป็นหนองน้ำ ในฤดูฝนน้ำท่วมสูง และเจ้าของไม่ได้ทำประโยชน์ตลอดปีที่ผ่านมา โดยการไม่สามารถทำประโยชน์นั้น เนื่องจาก เหตุธรรมชาติหรือเหตุพ้นวิสัย ที่ดินดังกล่าวย่อมไม่เข้าข่ายเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า 2. กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. ใดได้รับความเสียหายมากหรือถูกทำลายให้เสื่อมสภาพด้วยเหตุ อันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป ผู้บริหารท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี มีอำนาจ ในการประกาศลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินฯ ในปีต่อไป ตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 26 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2562 (ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ) และกรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษีรายใดได้รับความเสียหาย หรือถูกรื้อถอน หรือทำลายหรือชำรุดเสียหายจนเป็นเหตุให้ต้องซ่อมแซมในส่วนสำคัญ โดยมิได้มีเหตุมาจากผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี พิจารณาลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินฯ ในปีต่อไปได้ ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และข้อ 27 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ดังนั้น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี จึงไม่มีอำนาจที่จะสั่งลดหรือยกเว้นภาษีโดยเทียบเคียงมาตรา 56 และ 57 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ได้ 3. มาตรา 81 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี มีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์ เพิกถอนหรือแก้ไขการประเมิน ของ อปท. หรือให้ผู้อุทธรณ์ได้รับการลดหรือยกเว้นภาษีหรือได้คืนภาษี ดังนั้น หากคณะกรรมการอุทธรณ์ประจำจังหวัดปราจีนบุรีฯ ไม่เห็นด้วยกับการประเมินของ อปท. คณะกรรมการอุทธรณ์ประจำจังหวัดปราจีนบุรีฯ ก็มีอำนาจแก้ไขการประเมินของ อปท. ได้ ตามความในมาตรา 81 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
4. การยกเว้นการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (8) แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กรณีถนนส่วนบุคคลสำหรับเข้าออกตลาด (เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สิน ของเอกชนเฉพาะส่วนที่ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้ เพื่อสาธารณประโยชน์ (ประกาศสาธารณประโยชน์ฯ) กำหนดให้ทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ได้รับยกเว้นจาก การจัดเก็บภาษีที่ดินฯ โดยทรัพย์สินดังกล่าวต้องเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดย อปท. และเจ้าของทรัพย์สิน หรือส่วนราชการอื่น แล้วแต่กรณี ต้องร่วมกันจัดทำข้อตกลงให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นหนังสือลงลายมือชื่อ โดยต้องตกลงยินยอมให้ อปท. หรือส่วนราชการอื่น จัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษีโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่น และให้ อปท. ติดประกาศความยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์ ณ ที่ทำการของ อปท. และในที่ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ดังนั้น หากบริษัท ตงฮั้วแปซิฟิค จำกัด (บริษัทฯ) ประสงค์จะยินยอมให้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นำที่ดินของบริษัทฯ ไปจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ที่ดินดังกล่าวจะต้องเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และบริษัทฯ และเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจะต้องร่วมกันจัดทำข้อตกลงยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นหนังสือลงลายมือชื่อ และตกลงยินยอมให้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษีโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่น และเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจะต้องติดประกาศ ความยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์ ณ ที่ทำการของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีและในที่ดินดังกล่าวด้วย ที่ดินดังกล่าวจึงจะเข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ตามมาตรา 8 (8) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับประกาศสาธารณประโยชน์ฯ ทั้งนี้ ไม่ว่าที่ดินดังกล่าวจะได้มีการจดทะเบียนการจำนองไว้กับบุคคลอื่นหรือไม่ อนึ่ง มาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้จัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างหรือ ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐอยู่ในวันที่ 1 มกราคม ของปีใด เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้น โดยหากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง มีหลักเกณฑ์ครบถ้วนตามประกาศสาธารณประโยชน์ฯ และยินยอมให้ อปท. หรือส่วนราชการอื่น นำทรัพย์สินไปจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษี โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ย่อมจะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ สำหรับปีภาษีนั้น 2. มาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบมาตรา 4 (8) (จ) แห่งพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563 (พ.ร.ฎ. ลดภาษีฯ) กำหนดให้ลดภาษีในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย สำหรับที่ดินที่เป็นลานจอดรถโดยสารสาธารณะในสถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ดังนั้น หากบริษัทฯ ใช้ที่ดินสำหรับเป็นลานจอดรถโดยสารสาธารณะในสถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ที่ดินดังกล่าวย่อมเข้าข่ายได้รับการลดภาษีในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย ตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสารต้องมีลักษณะเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นศูนย์รวมกระจายและสับเปลี่ยนรถสำหรับการขนส่งผู้โดยสาร มีลานจอดรถโดยสารสาธารณะ รวมทั้งเป็นสถานที่ให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับการขนส่ง
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
5. การยกเว้นการคิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณี การขยายกำหนดเวลาดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา)
💡 คำวินิจฉัย :
มาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้กำหนดเวลาการชำระภาษีหรือแจ้งรายการต่าง ๆ หรือกำหนดเวลาการคัดค้านการประเมินภาษีตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าว มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ ให้ยื่นคำร้องขอขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาก่อนกำหนดเวลาสิ้นสุดลง เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาเห็นเป็นการสมควร จะให้ขยายหรือให้เลื่อนกำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า เทศบาลนครหาดใหญ่มีการข0ยายระยะเวลาการชำระภาษีเป็นการทั่วไป (สำหรับทุกรายที่มีทรัพย์สินในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่) จากภายในเดือนเมษายน 2565 เป็นภายในเดือนพฤษภาคม 2565 และต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาดำเนินการของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาใน พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เฉพาะการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 เป็นการทั่วไป ออกไปอีก 3 เดือน มีผลทำให้กำหนดเวลาของผู้เสียภาษีในการชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษีเป็นภายในเดือนกรกฎาคม ดังนั้น หากผู้เสียภาษีที่ได้ชำระภาษีของปีภาษี พ.ศ. 2565 ภายในเดือนกรกฎาคม 2565 ผู้เสียภาษีจึงไม่ต้องเสีย เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งนี้ กรณีผู้เสียภาษีผู้ใดมิได้ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดหรือกำหนดเวลาที่ขยายออกไปตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แต่ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระภาษีออกไปอีก มาตรา 70 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติให้ขยายกำหนดระยะเวลาดังกล่าว (เฉพาะราย) และผู้เสียภาษีได้ชำระภาษีภายในกำหนดระยะเวลาที่ขยายนั้น เงินเพิ่มให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน โดยไม่ต้องเสีย เบี้ยปรับ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
6. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร (เทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ให้ทรัพย์สินของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ ทั้งนี้ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี กรณีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวรฯ) และมีคณะเภสัชศาสตร์เป็นส่วนราชการสังกัด มน. ตามมาตรา 4 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยนเรศวรทบวงมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารสถานปฏิบัติการเภสัชชุมชนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2 ชั้น ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการบริหารสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2563 (ระเบียบเงิน ทุนหมุนเวียนฯ) พื้นที่ชั้นที่ 1 และชั้น 2 ของอาคาร พื้นที่รวม 276 ตารางเมตร ใช้สำหรับการจัดประชุมวิชาการเพื่อให้ความรู้แก่เภสัชกร อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชนทั่วไป พื้นที่เฉพาะส่วนที่ใช้สำหรับการดำเนินการดังกล่าว หากไม่ได้มีการหาผลประโยชน์ จะเข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ แต่สำหรับพื้นที่ชั้นที่ 1 พื้นที่รวม 108 ตารางเมตร ที่ใช้เป็นร้านขายยา ซึ่งให้บริการจำหน่ายเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชนเพื่อหารายได้จาก การจำหน่ายเวชภัณฑ์ ตามข้อ 6 (2) และข้อ 11 (2) ของระเบียบเงินทุนหมุนเวียนฯ รวมทั้งในทุกรอบปีบัญชี เมื่อปิดบัญชีให้มีการตรวจสอบบัญชีและหากมีกำไรให้สถานปฏิบัติการฯ จัดสรรกำไรไปยังกองทุนต่าง ๆ ส่งเข้าเป็นรายได้ของ มน. คณะเภสัชศาสตร์ และสถานปฏิบัติการฯ ตามสัดส่วนที่กำหนดในข้อ 16 ของระเบียบเงินทุนหมุนเวียนฯ ซึ่งถือเป็นการหาผลประโยชน์ ดังนั้น พื้นที่เฉพาะส่วนที่ใช้สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จึงไม่เข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 8 (1) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 (23 มกราคม 2567)
7. การแจ้งยกเลิกการระงับการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุดบางส่วนตามสัดส่วนค่าภาษีที่ได้รับชำระแล้ว (สำนักงานเขตสาทร กรุงเทพมหานคร)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัตินี้ จะกระทำมิได้ เมื่อปรากฏหลักฐานจาก อปท. ตามมาตรา ๖๐ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ว่ามีภาษีค้างชำระสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๖๗ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และมาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 22.6 ของขั้นตอนการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ประจำปี พ.ศ. 2565 กำหนดให้ อปท. แจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขาทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อผู้เสียภาษีรายใดมาชำระภาษีที่ค้างชำระภาษี ที่ค้างชำระครบถ้วนแล้ว ให้ อปท. มีหนังสือแจ้งยกเลิก การระงับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ตามแบบตัวอย่างหนังสือแจ้งยกเลิกการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง และราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด เป็นเกณฑ์ในการคำนวณมูลค่าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าภาษี ดังนั้น กรณีห้องชุดซึ่งสามารถแบ่งแยกการคำนวณภาษีของแต่ละห้องชุดได้อย่างชัดเจน หากปรากฏหลักฐานว่าไม่มีภาษีค้างชำระสำหรับห้องชุดนั้น อปท. ก็สามารถที่จะยกเลิกการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในห้องชุดดังกล่าวได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
1. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรอำเภอแม่สายของเทศบาลตำบลแม่สาย (เทศบาลตำบลเวียงพางคำ จังหวัดเชียงราย)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่าเทศบาลตำบลแม่สายซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินจำนวน 4 แปลง และสิ่งปลูกสร้างจำนวน 11 หลัง ใช้เป็นศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยครบวงจรอำเภอแม่สาย (ศูนย์กำจัดขยะฯ) โดยเทศบาลตำบลแม่สายได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่อำเภอแม่สาย ระหว่างเทศบาลตำบลแม่สายกับ อปท. ในพื้นที่อำเภอ แม่สาย จำนวน 9 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการจัดทำบริการสาธารณะด้านการจัดการขยะมูลฝอย และเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมโดยให้มีการกำจัดขยะมูลฝอยรวม ณ สถานที่แห่งเดียว อันเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินและงบประมาณของ อปท. ในการสร้างสถานที่กำจัดมูลฝอย ซึ่งการกำจัดขยะมูลฝอยของ อปท. เป็น การดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) การจ้างเหมาบริการกำจัดขยะมูลฝอย จาก อปท. อำเภอแม่สายของเทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในข้อ 5 ผลผลิตจากการเดินระบบหรือโครงการ มีการกำหนดราคาขั้นต่ำของผลผลิตที่ได้จากการเดินระบบที่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับซื้อจากเทศบาลตำบลแม่สาย (ขยะรีไซเคิลรวมในราคาตันละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท และปุ๋ยหมัก ในราคาตันละไม่น้อยกว่า 500 บาท) และกำหนดให้ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาจะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบขนย้ายก้อนเชื้อเพลิงขยะ RDF ไปยังผู้รับซื้อที่เทศบาลตำบลแม่สายขายไปให้ และเทศบาลตำบลแม่สายจะชำระค่าดำเนินการขนส่งในอัตราไม่เกินตันละ 450 บาท และข้อ 6 การรับประกันผลผลิต ยังมีการกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับประกันผลผลิตขั้นต่ำที่ได้จากการเดินระบบอีกด้วย (ขยะรีไซเคิล ไม่น้อยกว่า 30 ตันต่อเดือน ปุ๋ยหมักไม่น้อยกว่า 30 ตัน ต่อเดือน และก้อนเชื้อเพลิงขยะ RDF ไม่น้อยกว่า 300 ตันต่อเดือน) มีลักษณะเป็นการดำเนินการเพื่อหาผลประโยชน์ ดังนั้น ทรัพย์สินของศูนย์กำจัดขยะฯ จึงไม่เข้าข่ายเป็นทรัพย์สินของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะ ทั้งนี้ โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์ตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ)
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
2. การจัดส่งข้อมูลที่ดินพื้นที่ป่าสงวนเพื่อการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เทศบาลตำบลแม่แรม จังหวัดเชียงใหม่)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 28 และ 29 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้พนักงานสำรวจมีหน้าที่และอำนาจสำรวจที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเภท จำนวน ขนาดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การใช้ประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และรายละเอียดอื่น ที่จำเป็นแก่การประเมินภาษี และมีอำนาจในการเรียกเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างจากผู้เสียภาษี หรืออาจขอให้ผู้เสียภาษีชี้เขตที่ดินหรือให้รายละเอียดอื่นเกี่ยวกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น อปท. จึงมีอำนาจและหน้าที่ในการเข้าสำรวจที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในเขตป่าสงวนพื้นที่ม่อนแจ่ม และสามารถเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจากผู้เสียภาษีได้ 2. มาตรา 92 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้กรมที่ดินจัดส่งข้อมูลรูปแปลงที่ดินและข้อมูลเอกสารสิทธิของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ อปท. ให้แก่ อปท. นั้น ๆ เพื่อใช้ในการเตรียมการจัดเก็บภาษีภายใน 60 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ใช้บังคับ และมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองหรือการจดทะเบียนการเช่าในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างใด ให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขาแจ้งการโอนหรือการจดทะเบียนการเช่าดังกล่าวต่อ อปท. ที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ ทั้งนี้ ให้แจ้งเป็นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยที่ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ไม่ได้มีบทบัญญัติให้กรมป่าไม้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างให้ อปท. แต่อย่างใด ดังนั้น กรมป่าไม้จึงมิได้มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดส่งข้อมูลรูปแบบแปลงที่ดินและข้อมูลเอกสารสิทธิของที่ดินพื้นที่ป่าสงวนให้แก่ อปท. อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทยอาจดำเนินการประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้กรมป่าไม้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ที่จำเป็นต่อการประเมินภาษีที่ดินฯ ให้กระทรวงมหาดไทยหรือ อปท. และเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดเก็บภาษีของ อปท. ต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
3. การมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้แทนในการปิดหนังสือ (กรุงเทพมหานคร)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้การส่งคำสั่งเป็นหนังสือ หนังสือแจ้งการประเมินหรือหนังสืออื่น ให้เจ้าหน้าที่ส่งให้แก่ผู้เสียภาษีโดยตรง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยให้ส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ทำการของบุคคลนั้นในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของบุคคลนั้น ถ้าไม่พบผู้เสียภาษี ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ทำการของผู้เสียภาษีจะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยู่ ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ทำการที่ปรากฏว่าเป็นของผู้เสียภาษีนั้นก็ได้ ถ้าไม่สามารถส่งหนังสือตามวิธีดังกล่าวได้ ให้กระทำโดยวิธีปิดหนังสือในที่ที่เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ทำการของผู้เสียภาษีนั้นหรือลงประกาศแจ้งความในหนังสือพิมพ์ก็ได้ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการปิดหนังสือตามบทบัญญัติดังกล่าว รวมทั้ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ มิได้มีบทบัญญัติให้มอบอำนาจในการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เว้นแต่มาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีที่ อปท. มอบหมายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐรับชำระภาษีแทน 2. มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ) กำหนดให้วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเรื่องใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการ ไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ และมาตรา 11 (2) แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ กำหนดให้คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ ตามที่บุคคลดังกล่าวร้องขอ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองกำหนด ดังนั้น ในกรณีที่กรุงเทพมหานครต้องการขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ ก็อาจขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
4. การพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการอุทธรณ์ การประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ (จังหวัดสตูล)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ประเด็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดสตูล (คณะกรรมการอุทธรณ์จังหวัดสตูลฯ) มีอำนาจรับพิจารณาเรื่องดังกล่าวใหม่ได้หรือไม่ การขอให้คณะกรรมการอุทธรณ์จังหวัดสตูลฯ พิจารณาใหม่อาจกระทำได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ ซึ่งกำหนดถึงเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่ไว้ ดังนี้ 1) จะต้องเป็นกรณีมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นที่ยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ โดยคำว่า “พยานหลักฐานใหม่” ไม่ได้หมายถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือมีขึ้นใหม่หลังจากที่ได้มีคำสั่ง ทางปกครองที่เป็นมูลเหตุของการขอให้พิจารณาใหม่แล้ว แต่หมายถึงข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วในเวลาที่ออกคำสั่ง ทางปกครองนั้น แต่คู่กรณีไม่รู้และพยานหลักฐานใหม่จะต้องมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นที่ยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญถึงขนาดที่อาจมีผลต่อการเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งทางปกครองนั้น หรือแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาทางปกครองที่ดำเนินการมาผิดพลาดในสาระสำคัญ อันเป็นการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด เทียบเคียงความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 778/2548 และเรื่องเสร็จที่ 1490 – 1491/2564 2) คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรือได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาครั้งก่อนแล้วแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง 3) เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจที่จะทำคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น และ 4) ถ้าคำสั่งทางปกครองได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดและต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี 2. ประเด็นให้ผู้ร้องไปใช้สิทธิในทางศาล มาตรา 82 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัด โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ดังนั้น ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดได้มีมติยกอุทธรณ์การประเมินภาษีของผู้ร้อง ไปแล้ว ผู้อุทธรณ์ยังสามารถยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ 3. ประเด็นให้ผู้ร้องไปยื่นคำขอให้เทศบาลเมืองสตูลในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง ได้พิจารณาใหม่ ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติฯ ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณ์จังหวัดสตูลฯ ได้มี คำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ย่อมเป็นการทำคำสั่งทางปกครองขึ้นใหม่ ซึ่งมีผลบังคับเหนือคำสั่งทางปกครองเดิมของเจ้าหน้าที่ ผู้ออกคำสั่งนั้น เจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งเพื่อให้มีผลลบล้างคำสั่งทางปกครองใหม่ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และการแก้ไขคำสั่งทางปกครองใหม่ย่อมอยู่ในอำนาจ ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่า มีเหตุที่อาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครองดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะต้องเสนอข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ฯ เพื่อขอให้ทบทวนการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยการจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครองใหม่หรือไม่ อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง จึงไม่มีสิทธิพิจารณาใหม่ เทียบเคียงความเห็นของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 778/2548
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
5. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. ประเด็นคัดค้านที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่มีผู้บุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของการท่าเรือฯ 1.1 มาตรา 8 (12) แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ (2) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้น จากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจที่ยังมิได้ใช้ในกิจการของรัฐวิสาหกิจและยังมิได้ใช้หาผลประโยชน์ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ กรณีที่มีผู้บุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของการท่าเรือฯ แม้การท่าเรือฯ จะไม่ได้ใช้ในกิจการของการท่าเรือฯ ก็ตาม แต่ที่ดินดังกล่าวได้มีการใช้หาผลประโยชน์โดยผู้บุกรุกแล้ว จึงไม่เข้ากรณีที่จะได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ การท่าเรือฯ ในฐานะเจ้าของที่ดินจึงมีหน้าที่เสียภาษีในส่วนของที่ดิน สำหรับสิ่งปลูกสร้าง ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างย่อมมีหน้าที่เสียภาษีในส่วนของสิ่งปลูกสร้างที่ตนเป็นเจ้าของตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 1.2 มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ หารือ สคก. ถึงแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อ (2) ของกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ เพื่อให้เกิด ความเหมาะสมต่อไป 2. ประเด็นคัดค้านที่เกี่ยวข้องกับกรณีการถมทะเลเพื่อ ทำการก่อสร้างท่าเทียบเรือ มาตรา 5 และ 7 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ อปท. มีอำนาจจัดเก็บภาษีจากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขต อปท. โดย “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มีน้ำด้วย ประกอบกับคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยให้ความเห็นกรณีการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับท่าเทียบเรือที่การท่าเรือฯ ให้เอกชนเช่าว่าคำว่า “ที่ดิน” ตามมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หมายความถึง พื้นที่ดินทั่วไป ไม่ว่าจะอยู่บนบกหรือใต้น้ำก็ตาม แม้พื้นผิวโลกอันเป็นที่ดินใต้ทะเล ที่ประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตยย่อมถือว่า เป็นที่ดินตามกฎหมายดังกล่าวด้วยเมื่อทะเลในอาณาเขตของประเทศไทยเป็นที่ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในการคมนาคม และการประมง จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่มีผู้ใดถมพื้นที่ดินในทะเล ขึ้นโดยพลการ หรือได้รับอนุญาตตามมาตรา 117 หรือมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2535 อันเป็นการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทะเลเพื่อเอกชนบางคน ย่อมไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางกฎหมายของทะเลถมแต่อย่างใด ทะเลที่ถูกถมยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจนกว่าจะมีการถอนสภาพ ตามมาตรา 8 (1) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น หากที่ดินที่เกิดจากการถมทะเลโดยสภาพมีลักษณะเป็นพื้นดิน จึงถือเป็นที่ดินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เมื่อการท่าเรือฯ เข้าครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว การท่าเรือฯ ในฐานะผู้ครอบครองจึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินฯ ตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ทั้งนี้ การประเมินที่ดินจะใช้ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินรายเขตปกครองที่กรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จัดส่งให้เป็นฐานในการประเมิน ตามมาตรา 35 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 1 (2) ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ 3. ประเด็นคัดค้านที่เกี่ยวข้องกับกรณีการท่าเรือฯ ได้ชำระค่าธรรมเนียมสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และชำระภาษีที่ดินฯ ประจำปี พ.ศ. 2564 ให้กับเทศบาลนครแหลมฉบังตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ถือเป็นการชำระภาษีซ้ำซ้อนหรือไม่ การชำระค่าธรรมเนียมสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำเป็นไปตามมาตรา 117 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 26 ซึ่งกำหนดให้ ผู้รับอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใด ตามมาตรา 117 ต้องเสียค่าตอบแทนเป็นรายปี ตามวิธีการและอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง และการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นไปตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ซึ่งกำหนดให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีใด เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้น ทั้งนี้ กฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ค่าธรรมเนียมสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำเป็นการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากผู้ที่ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปในทางน้ำสาธารณะ ในขณะที่ภาษีที่ดินฯ เป็นการเรียกเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ดังนั้น การชำระค่าธรรมเนียมสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและภาษีที่ดินฯ จึงเป็นการดำเนินการตามกฎหมายต่างฉบับ ซึ่งไม่ถือเป็นการเรียกเก็บภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าตอบแทนที่ซ้ำซ้อนกัน
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2567 (19 มิถุนายน 2567)
6. การยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กรณีเจ้าของที่ดินแบ่งที่ดินให้ญาติสร้างที่อยู่อาศัย (เทศบาลเมืองบางริ้น จังหวัดระนอง)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
มาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้นได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท กรณีข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางสาวแสงเดือนฯ เป็นเจ้าของที่ดิน (โฉนดที่ดินเลขที่ 7534 เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 45.04 ตารางวา (945.04 ตารางวา) และสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 170/4) ใช้เป็นที่อยู่อาศัย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น และนางสาวแสงเดือนฯ ได้ให้ญาติ 2 ท่าน สร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 2 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 170 (นางสาวขวัญเมืองฯ) และบ้านเลขที่ 170/6 (นางสาวขวัญฯ) โดยไม่สามารถแบ่งแยกการใช้ประโยชน์ของนางสาวแสงเดือนฯ กับญาติทั้ง 2 ท่าน (นางสาวขวัญเมืองฯ และนางสาวขวัญฯ) ได้อย่างชัดเจน นางสาวแสงเดือนฯ มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่บริเวณหน้าบ้านของญาติทั้ง 2 ท่าน เป็นทางเข้า - ออก มีลักษณะการอยู่อาศัยร่วมกัน โดยจะมีการไปมาหาสู่กันและมีการพูดคุยกันเป็นครั้งคราว และนางสาวแสงเดือนฯ ไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการให้ญาติทั้ง 2 ท่าน ปลูกสร้างบ้านและอยู่อาศัยบนที่ดินของตนเอง ที่ดินในส่วนที่เป็นที่ตั้งของบ้านญาติทั้ง 2 หลัง ก็จะเข้าข่ายได้รับ การยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีรวมไปกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของนางสาวแสงเดือนฯ ในการคำนวณภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2567 (1 กรกฎาคม 2567)
1. แนวทางการลดหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 56 และมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ในกรณีที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. ใดได้รับความเสียหายมากหรือถูกทำลายให้เสื่อมสภาพด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป (เหตุอันพ้นวิสัยฯ) ให้ผู้บริหารท้องถิ่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจประกาศลดหรือยกเว้นภาษีภายในเขตพื้นที่ที่เกิดเหตุนั้นในช่วงระยะเวลาใดช่วงระยะเวลาหนึ่งได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด โดยข้อ 26 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ กำหนดให้เมื่อเหตุอันพ้นวิสัยดังกล่าวได้ยุติลงแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นอาจประกาศลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินฯ ในปีต่อไป เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของ ผู้เสียภาษีได้ โดยจะต้องประกาศให้ผู้เสียภาษีที่ประสงค์จะขอลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินฯ อันเนื่องมาจากเหตุอันพ้นวิสัยฯ มาลงทะเบียนแจ้งรายชื่อและรายละเอียดความเสียหาย ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในระยะเวลา สถานที่ และวิธีการ ที่ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนด และจะต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการสำรวจเนื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับความเสียหายของผู้เสียภาษีที่มีรายชื่อตามประกาศรายชื่อผู้เสียภาษีที่มาลงทะเบียนแจ้ง และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เสียภาษี จำนวนพื้นที่และสัดส่วนของที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างซึ่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย และจำนวนภาษีที่เห็นควรลดหรือยกเว้นภาษี โดยพิจารณาหลักเกณฑ์ ดังนี้ (ก) กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเสียหายไม่เกิน 2 ใน 3 ของจำนวนเนื้อที่ทั้งหมด ให้ลดภาษีตามสัดส่วนที่เสียหาย และ (ข) กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเสียหายเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนเนื้อที่ทั้งหมด ให้ได้รับยกเว้นภาษี และรายงานไปยังคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี เพื่อขอความเห็นชอบการลดหรือยกเว้นภาษี ดังนั้น ตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 26 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ในปัจจุบัน อปท. จะต้องจัดทำจำนวนภาษีที่เห็นควรลดหรือยกเว้นโดยพิจารณาจากความเสียหายของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ 2. มาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ประกอบกับข้อ 27 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ กำหนดให้ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้ที่ดินได้รับความเสียหายหรือทำให้สิ่งปลูกสร้าง ถูกรื้อถอนหรือทำลาย หรือชำรุดเสียหายจนเป็นเหตุให้ต้องทำการซ่อมแซมในส่วนที่สำคัญ ให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำขอลดหรือยกเว้นภาษีที่จะต้องเสียต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่วันที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย หรือถูกรื้อถอน หรือทำลาย หรือชำรุดเสียหายจนเป็นเหตุให้ต้องซ่อมแซมในส่วนสำคัญ โดยระยะเวลาดังกล่าวถือเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิแก่ผู้เสียภาษีในการยื่นคำขอลดหรือยกเว้นภาษี และเพื่อให้ อปท. มีระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ได้แก่ การสำรวจเนื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษีที่มายื่นคำร้อง การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เสียภาษี จำนวนพื้นที่และสัดส่วนของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้รับความเสียหาย หรือถูกรื้อถอน หรือทำลาย หรือชำรุดเสียหายจนเป็นเหตุให้ต้องซ่อมแซมในส่วนสำคัญ จำนวนภาษีที่เห็นควรลดหรือยกเว้นภาษี รวมถึงการจัดทำรายงานบัญชีผู้เสียภาษีข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี เพื่อขอความเห็นชอบการลดหรือยกเว้นภาษี ดังนั้น ผู้เสียภาษีจะต้องดำเนินการยื่นคำขอลดหรือยกเว้นภาษีภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ดี มาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ. วิปกครองฯ กำหนดให้ในกรณีที่ผู้ใดไม่อาจกระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายได้เพราะมีพฤติการณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้นมีคำขอเจ้าหน้าที่อาจขยายระยะเวลาและดำเนินการส่วนหนึ่งส่วนใดที่ล่วงมาแล้วเสียใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายใน 15 วันนับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ทั้งนี้ หากกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้ว เห็นว่า ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้เสียภาษีมายื่นคำขอลดหรือยกเว้นภาษีต่อผู้บริหารท้องถิ่นมีความไม่เหมาะสมก็สามารถพิจารณาดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ เพื่อกำหนดระยะเวลาการให้สิทธิผู้เสียภาษีในการยื่นคำขอลดหรือยกเว้นภาษีให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้ หรืออาจกำหนดแนวทางการผ่อนปรนอื่นที่เหมาะสมต่อไป
มติคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2567 (1 กรกฎาคม 2567)
2. การแจ้งประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2563 แก่บริษัท กรีนวัลเล่คันทรีคลับ จำกัด (องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง จังหวัดสมุทรปราการ)
💡 คำปรึกษาหรือคำแนะนำ :
1. มาตรา 35 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด ให้เป็นไปตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินที่คณะอนุกรรมการประจำจังหวัดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ กำหนดให้กรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ส่งบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุดตามมาตรา 35 ให้แก่ อปท. ซึ่งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุดนั้นตั้งอยู่ในเขต อปท. นั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประจำจังหวัดประกาศใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อใช้เป็นฐานภาษีในการคำนวณภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ดังนั้น อปท. จึงมีหน้าที่ต้องใช้ราคาประเมิน ทุนทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ อปท. ประเมินภาษีในแต่ละปี ทั้งนี้ หากปรากฏว่ามีการประเมินภาษีผิดพลาดหรือมีผู้เสียภาษีโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือ เสียภาษีเกินกว่าจำนวนที่ต้องเสียไม่ว่าโดยความผิดพลาดของตนเองหรือจากการประเมินของ อปท. ก็สามารถดำเนินการตามบทบัญญัติในมาตรา 53 หรือมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เพื่อทบทวนการประเมินหรือขอรับเงินคืนได้ 2. อย่างไรก็ดี มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ. การประเมินราคาทรัพย์สินฯ กำหนดว่าเมื่อมีการประกาศบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ แห่ง พ.ร.บ. การประเมินราคาทรัพย์สินฯ แล้ว และปรากฏเหตุแห่งการคัดค้านตามมาตรา ๒๓ เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดใด อาจคัดค้านราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเฉพาะของตนเองในบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของจังหวัดนั้นได้ โดยเจ้าของที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างต้องคัดค้านต่อคณะกรรมการประจำจังหวัด ในกรณีคณะกรรมการประจำจังหวัดพิจารณาคำคัดค้านแล้ว เห็นด้วยกับคำคัดค้าน หรือกรณีถือว่าเห็นด้วยกับ คำคัดค้าน ให้แก้ไขราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการคัดค้านนั้นในบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างให้ถูกต้องโดยเร็ว โดยให้ราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีการคัดค้านมีผลนับแต่วันที่เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างยื่นคำคัดค้านตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ. การประเมินราคาทรัพย์สินฯ และข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทกรีนวัลเล่ฯ ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการขอให้ทบทวนราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน และคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดสมุทรปราการ มีประกาศ ลงวันที่ 11 กันยายน 2563 เรื่อง ปรับปรุงแก้ไขและกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน รอบบัญชี พ.ศ. 2559 – 2562 (แก้ไขเพิ่มเติม) โดยกำหนดให้ยกเลิกราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเดิม และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ดังนั้น เมื่อ อบต. บางโฉลงฯ ได้ใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์รอบบัญชี พ.ศ. 2559 – 2562 (แก้ไขเพิ่มเติม) ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่กรมธนารักษ์จัดส่งให้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2563 และได้แจ้งการประเมินภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ให้แก่บริษัทกรีนวัลเล่ฯ จึงเป็นไปตามมาตรา 35 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ โดยแม้ว่าต่อมาจะมีการแก้ไขปรับปรุงราคาประเมินทุนทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2563 จึงไม่มีผลย้อนหลังต่อ การประเมินภาษีประจำปี 2563 ของ อบต. บางโฉลงฯ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 แต่อย่างใด และกรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่ผู้เสียภาษีไม่มีหน้าที่เสียหรือเสียภาษีเกินกว่าจำนวนที่ต้องเสียโดยความผิดพลาดของตนเอง หรือจากการประเมินของ อบต. บางโฉลงฯ ที่ผู้เสียภาษีจะขอรับเงินคืนได้ ตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ

ไม่พบข้อมูลคำวินิจฉัยหรือคำปรึกษาที่ตรงกับเงื่อนไขการค้นหาของคุณ