ปุ่มเปลี่ยนการแสดงผล

เปลี่ยนขนาดตัวหนังสือ

ตัวหนังสือขนาดเล็กลง ตัวหนังสือขนาดปกติ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ขึ้น

เปลี่ยนสีตัวอักษรและสีพื้นหลัง

ตัวหนังสือเหลืองพื้นดำ ตัวหนังสือและพื้นหลังปกติ ตัวหนังสือขาวพื้นดำ

เปลี่ยนภาษา

 English

เมนูหลักแบบแฟลช




My Blog
My Playlists


ลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ออนไลน์
FPO Junior Camp
FIS Mail
เครือข่ายวายุภักษ์
E-Learning
sec
หน้าแรก > หน่วยงาน สศค. > สำนักกฏหมาย > กฎหมายว่าด้วยการเงินและสถาบันการเงิน > พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พุทธศักราช 2498 > พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พุทธศักราช 2498 >

เนื้อหาหลัก

 Untitled Document
พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พุทธศักราช 2498

พระราชกำหนด
จัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้
พ.ศ. ๒๔๙๘
--------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน





             พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

             โดยที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยเงินตราซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ เพื่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจ
และการเงินของประเทศ

             อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตรา
พระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

             มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตรากินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. ๒๔๙๘”

             มาตรา ๒* พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

             *[รก.๒๔๙๘/๔๒/๑พ/๑๓ กรกฎาคม ๒๔๙๘]

             มาตรา ๓ สินทรัพย์ทุนสำรองเงินตราส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้เมื่อปิดบัญชีในวันก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้จ่ายออกจากทุนสำรองเงินตราและจัดสรรดังต่อไปนี้

                                (ก) ให้โอนสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เห็นเป็นการสมควร แต่ต้องไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของ
ส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ ไปเป็นสินทรัพย์ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๔

                                (ข) ให้จำหน่ายบัญชีสินทรัพย์เท่ากับ ๒๙๖,๓๒๕,๙๑๓ บาท เนื่องจากได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายสงคราม
                                (ค) ให้จำหน่ายสินทรัพย์เท่ากับ ๗๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อไถ่ถอน “พันธบัตรเงินกู้ (เงินตราต่างประเทศ) พ.ศ. ๒๔๙๖” ของรัฐบาล

                                (ง) เมื่อจัดการตามข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. ข้างต้นแล้ว สินทรัพย์มีเหลืออยู่เท่าใดให้จ่ายเพื่อชดใช้ข้อผูกพันเงินตราต่างประเทศของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน

             มาตรา ๔ ให้จัดตั้งทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้น ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้มีเสถียรภาพเหมาะสมแก่สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ตลอดจนการลงทุนหาผลประโยชน์ให้ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นนิติบุคคลและให้ได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากรทั้งปวงตามประมวลรัษฎากร

             มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการให้คณะกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่
รับผิดชอบในนโยบายและควบคุมดูแลการดำเนินกิจการของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๔

             มาตรา ๖ เพื่อดำเนินกิจการของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ให้คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรามีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตรา
 
แลกเปลี่ยนเงินตรา และให้มีอำนาจออกข้อบังคับและวางระเบียบการได้ ผู้จัดการต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่ให้ผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นผู้ดำเนินกิจการ
ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามนโยบายของคณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ในการปฏิบัติกิจการตามความในมาตรา ๗ ผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลก
เปลี่ยนเงินตราเป็นผู้กระทำในนามของทุนดังกล่าว และเป็นตัวแทนของทุนนี้ และเพื่อการนี้คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอาจมอบอำนาจให้ผู้จัดการปฏิบัติกิจการเฉพาะอย่างได้
แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการดังกล่าวกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการทั้งปวงให้จ่ายจากทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

             มาตรา ๗ เพื่อให้การเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๔ ให้ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากระทำได้เฉพาะกิจการดังต่อไปนี้

                                (ก) การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและทองคำ

                                (ข) การลงทุนแสวงหาผลประโยชน์ในตั๋วเงินคลัง หรือหลักทรัพย์ระยะเวลาสั้นอย่างอื่นของรัฐบาล
                                (ค) การลงทุนแสวงหาผลประโยชน์ในหลักทรัพย์ระยะเวลาสั้นที่มั่นคงในต่างประเทศ
                                (ง) การกู้ยืมเงินเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในขณะใดขณะหนึ่ง ห้ามมิให้ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราถือตั๋วเงินคลัง หรือหลักทรัพย์ระยะ
เวลาสั้นอย่างอื่นของรัฐบาล ไม่ว่าในระยะเวลาใดเกินกว่าร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้นของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

             มาตรา ๘ กิจการดังกล่าวในมาตรา ๗ ให้กระทำได้เฉพาะกับธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
และสถาบันการเงินในต่างประเทศ

             มาตรา ๙  ผลประโยชน์ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ให้นำเข้าสมทบทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

             มาตรา ๑๐ การเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและการจัดสรรจำหน่ายสินทรัพย์และหนี้สินของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ

             มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้





ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี




หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ทุนสำรองเงินตรามีอยู่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ จึงเป็นการสมควรที่จะจำหน่ายและจัดสรรส่วนที่เกินให้เป็นประโยชน์ ต่อการเศรษฐกิจและการเงินของประเทศโดยโอนไปจัดตั้งขึ้นเป็นทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจำหน่ายบัญชีเนื่องจากได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายสงครามไปแล้ว จำหน่ายบัญชีเพื่อไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ (เงินตราต่างประเทศ) พ.ศ. ๒๔๙๖ ที่มีค่าสูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราที่ใช้ตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าว และจำหน่ายชดใช้ข้อผูกพันเงินตราต่างประเทศของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย
ทีมีเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน



แถลงการณ์
เรื่องพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตรา
เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. ๒๔๙๘

---------------

             ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. ๒๔๙๘ นั้น เพื่อขจัดความข้องใจของประชาชนและบรรดา
พ่อค้าทั้งหลาย จึงขอประกาศให้ทราบว่าสาระสำคัญของพระราชกำหนดนี้ก็คือ มีการจัดตั้งทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้น เพื่อทำการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศในตลาด เพื่อป้องกัน
การเคลื่อนไหวอันผิดปกติของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในท้องตลาด และเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพเหมาะสมแก่การเศรษฐกิจและการเงิน ตลอดจนการค้าต่างประเทศของประเทศ การกระทำ
ดังกล่าวมิใช่เป็นการนำทุนสำรองเงินตราออกมาใช้จ่ายให้สิ้นเปลืองไป แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากทุนสำรองเงินตราส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ ให้ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพของเงินตราสมตาม
ความมุ่งหมายของเงินทุนสำรองที่มีขึ้นไว้
             การกระทำอย่างอื่นๆ ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชกำหนด ก็มิได้เป็นนำทุนสำรองเงินตราออกมาใช้แต่อย่างใด คงเป็นแต่เพียงมีการจำหน่ายหักล้างทางบัญชีอันเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลง
อัตราการตีราคาทุนสำรองใหม่ เพราะฉะนั้น จึงไม่กระทบกระเทือนฐานะของทุนสำรองเงินตราที่เป็นอยู่ก่อนวันประกาศใช้พระราชกำหนดแต่ประการใดขอให้ประชาชนทั้งหลายพึงได้ทราบว่า
 การที่รัฐบาลได้ดำเนินการทั้งนี้ ก็เพื่อเสถียรภาพแห่งเงินตราและมีความมุ่งหมายที่จะรักษาระดับมาตรฐานแห่งเงินตราไทยให้คงเป็นที่มั่นคง และมิได้มีผลทำให้เงินตราของประเทศได้รับการ
กระทบกระเทือนในมูลค่าแต่อย่างใดเลย



กระทรวงการคลัง
๑๓ กรกฎาคม ๒๔๙๘


 

   

GFS FI&SFI FPO mail FPO Info สหกรณ์ออมทรัพย์ สศค. ศูนย์ปฏิบัติการใสสะอาด สลิปเงินเดือน FPO Twitter Facebook PMQA พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ มติ ครม. 1359 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายการออมและการลงทุน ข้อมูลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ(SFIs) การให้ความรู้ทางการเงิน ประชุม 3 M DPIS ประกาศราคากลาง  ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สมัครงาน ชมรมอดีตข้าราชการ สศค. การจัดทำความตกลง FATCA เว็บไซต์แนะนำ จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน แถลงผลงาน รอบ 6 เดือน การไปปฏิบัติงานต่างประเทศ deposit โปรแกรม IRR