ปุ่มเปลี่ยนการแสดงผล

เปลี่ยนขนาดตัวหนังสือ

ตัวหนังสือขนาดเล็กลง ตัวหนังสือขนาดปกติ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ขึ้น

เปลี่ยนสีตัวอักษรและสีพื้นหลัง

ตัวหนังสือเหลืองพื้นดำ ตัวหนังสือและพื้นหลังปกติ ตัวหนังสือขาวพื้นดำ

เปลี่ยนภาษา

 English

เมนูหลักแบบแฟลช




My Blog
My Playlists


ลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ออนไลน์
FPO Junior Camp
FIS Mail
เครือข่ายวายุภักษ์
E-Learning
sec
หน้าแรก > เกี่ยวกับ สศค. > FAQ > คำถามเกี่ยวกับกลุ่มงานบริหารความเสี่ยงด้านการคลัง >

เนื้อหาหลัก

 Untitled Document
การดำเนินนโยบายในโครงการโดยใช้มาตรการกึ่งการคลัง ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ หากมีภาระที่เกิดขึ้นรัฐบาลบริหารและจัดการภาระนั้นอย่างไร ?

คำถาม       การดำเนินนโยบายในโครงการโดยใช้มาตรการกึ่งการคลัง ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ หากมีภาระที่เกิดขึ้นรัฐบาลบริหารและจัดการภาระนั้นอย่างไร ?

ตอบ          มาตรการกึ่งการคลังนั้น รัฐบาลไม่ได้ค้ำประกันการให้กู้และให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ดำเนินการพิจารณาสินเชื่อในเชิงพาณิชย์ตามปกติ ดังนั้นภาระที่ก่อขึ้นจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) จึงไม่ได้อยู่ในภาระงบประมาณแต่อาจก่อให้เกิดภาระผูกพันทางการคลัง (Contingent Liabilities) ขึ้นได้ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังมีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีการเฝ้าระวังและติดตามการดำเนินการของสถาบันต่างการเงินต่าง ๆ อยู่เป็นระยะ นอกเหนือจากที่สถาบันการเงินต่าง ๆ มีนโยบายกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้วในปัจจุบัน

   
รัฐบาลสร้างภาระผูกพันทางการคลังไว้มากผ่านการใช้เงินนอกงบประมาณ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต ?

คำถาม          รัฐบาลสร้างภาระผูกพันทางการคลังไว้มากผ่านการใช้เงินนอกงบประมาณ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต ?

ตอบ
               การใช้เงินนอกงบประมาณดังกล่าวมีข้อดีที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังนี้
                      - การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจก่อให้เกิดธุรกิจใหม่แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทรทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีจำนวนฐานลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
                      - ช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นฐานรากในการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ต่าง ๆ ในอนาคต
                      - เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน โครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาลช่วยสร้างโอกาสให้กับประชาชนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์ผลกระทบของมาตรการต่อเศรษฐกิจมีความชัดเจนและถูกต้อง
                      - มีความยืดหยุ่น เป็นการลดกฎระเบียบในเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้กู้ ให้น้อยลงกว่าแหล่งเงินทุนเอกชนอื่น ๆ และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินนโยบายการคลัง ในสถานการณ์ที่รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระหนี้สาธารณะ
                      - เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่รั่วไหล การอัดฉีดเม็ดเงินจากงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หากรั่วไหลไม่ตกถึงมือประชาชนทั้งจำนวน เม็ดเงินบางส่วนตกหล่นในระหว่างทางย่อมมีผลต่อประสิทธิผลของการใช้จ่ายเงินภาษี เป็นทางนำไปสู่ภาระทางการคลังและความไม่ยั่งยืนทางการคลังได้
                      - ผลประกอบการ จากผลประกอบการของสถาบันการเงินที่ดำเนินนโยบายกึ่งการคลังของรัฐบาล ณ ขณะนี้ ซึ่งเป็นระยะสั้นพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

   
การที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Public Debt/GDP) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงความไม่ยั่งยืนทางการคลังหรือไม่?

คำถาม       การที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Public Debt/GDP) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงความไม่ยั่งยืนทางการคลังหรือไม่?

คำตอบ       ในความเป็นจริงและทางวิชาการได้ระบุว่า การวัดความยั่งยืนทางการคลังไม่ได้วัดที่การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ Public Debt/GDP ง่าย ๆตามที่กล่าวข้างต้น การวัดความยั่งยืนทางการคลังวัดได้ 4 มิติด้วยกัน ได้แก่
                   1.หาก Public Debt/GDP เพิ่มขึ้นในอัตราที่เพิ่มขึ้นแสดงว่ามีปัญหาด้านความยั่งยืนทางการคลัง ในการกลับกันหาก Public Debt/GDP เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ลดลง ปัญหาความไม่ยั่งยืนทางการคลังไม่น่าจะเกิดขึ้น
                   2.ความยั่งยืนทางการคลังจะเกิดขึ้นหากรัฐบาลสามารถระดมรายได้มาได้เพียงพอในการชำระดอกเบี้ย เงินกู้ ตราบใดที่รัฐบาลมีศักยภาพในการระดมรายได้มาเพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ ความยั่งยืนทางด้านการคลังยังคงมีอยู่ หากต้องกู้เงินใหม่มาชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้เก่า ปัญหาความยั่งยืนทางการคลังจะเกิดขึ้น
                   3.ความยั่งยืนทางการคลังจะเกิดขึ้นหากรัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพของ Public Debt/GDP ได้ในระยะยาว
                   4.ความยั่งยืนทางการคลังจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการดำเนินนโยบายการคลังไม่ก่อให้เกิดปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และการดำเนินนโยบายการคลังไม่เบียดบัง    งบประมาณรายจ่ายด้านการพัฒนาประเทศ

   
กรอบความยั่งยืนทางการคลังคืออะไร

คำถาม        กรอบความยั่งยืนทางการคลังคืออะไร

คำตอบ
        กรอบความยั่งยืนทางการคลัง เป็นการประมาณการ รายได้ รายจ่าย ดุลการคลัง และหนี้สาธารณะ ในระยะปานกลาง 5-10 ปี และนำมาพิจารณาร่วมกับแผน และมาตรการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อรักษาวินัยทางการคลังของรัฐบาลให้มีความยั่งยืนภายใต้ข้อกำหนด อันได้แก่ ยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ภาระหนี้ต่องบประมาณ และดุลงบประมาณ
   

GFS FI&SFI FPO mail FPO Info สหกรณ์ออมทรัพย์ สศค. ศูนย์ปฏิบัติการใสสะอาด สลิปเงินเดือน EcoSystem FPO Twitter Facebook PMQA พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ มติ ครม. 1359 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายการออมและการลงทุน ข้อมูลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ(SFIs) การให้ความรู้ทางการเงิน ประชุม 3 M DPIS ประกาศราคากลาง  ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สมัครงาน ชมรมอดีตข้าราชการ สศค. การจัดทำความตกลง FATCA เว็บไซต์แนะนำ จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน แถลงผลงาน รอบ 6 เดือน การไปปฏิบัติงานต่างประเทศ deposit โปรแกรม IRR